ประสิทธิภาพของเทคโนโลยีพลาสมาในการยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคในผึ้งเพื่อลดการใช้สารเคมีในอุตสาหกรรมการเลี้ยงผึ้ง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
เชื้อรา Ascosphaera apis และ ไมโครสปอริเดีย Nosema spp. จัดได้ว่าเป็นเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคและก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงผึ้งทั่วโลก โดยงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของพลาสมาระดับความดันบรรยากาศชนิดเจ็ทต่อการยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคทั้ง 2 ชนิด จากผลการวิจัย พบว่าอาร์กอนพลาสมาสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเส้นใยเชื้อรา A. apis ได้อย่างสมบูรณ์ และเมื่อนำสปอร์ของเชื้อราไปผ่านการบำบัดด้วยพลาสมาโดยวิธี liquid phase และน้ำที่ผ่านการกระตุ้นด้วยพลาสมา (PAW) สามารถลดจำนวนสปอร์ลงได้สูงสุดเท่ากับ 1.71 และ 3.18 เท่า ตามลำดับ นอกจากนั้นสปอร์ที่ผ่านการบำบัดด้วยพลาสมาทั้งวิธี liquid phase และ PAW สามารถลดการก่อโรคในตัวอ่อนผึ้งได้ 63.61 ? 7.28% and 58.27 ? 5.87% ตามลำดับหลังการทดสอบเป็นระยะเวลา 7 วัน เมื่อนำพลาสมาไปทดสอบประสิทธิภาพต่อการลดปริมาณสปอร์ของ Nosema spp. ด้วยวิธี liquid phase พบว่า ฮีเลียมพลาสมาสามารถลดจำนวนสปอร์ลงได้ประมาณ 67.14–96.05% และอาร์กอนพลาสมาสามารถลดจำนวนสปอร์ได้เท่ากับ 86.21–96.55% อีกทั้ง PAW ที่ได้จากการกระตุ้นด้วยแก๊สอาร์กอนและฮีเลียมสามารถลดจำนวนสปอร์ Nosema spp. ได้ประมาณ 50.52–77.14% และ 12.37–29.83% ตามลำดับ เมื่อศึกษาลักษณะสัณฐานวิทยาของสปอร์ A. apis และ Nosema spp. ภายใต้กล้อง SEM พบว่า โครงสร้างสปอร์ถูกทำลาย พื้นผิวสปอร์มีลักษณะแตก รูปร่างบิดเบี้ยว และมีการหดตัวเล็กน้อยหลังการบำบัดด้วยพลาสมา ดังนั้นจากงานวิจัยครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของพลาสมาต่อการยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคในผึ้ง ซึ่งอาจจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะนำไปพัฒนาเพื่อใช้ในการควบคุมโรคผึ้งได้