Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2554

อัตราการติดเชื้อและผลของพรอพอลิสต่อการติดเชื้อ Nosema ceranae ของทางเดินอาหารส่วนกลางและต่อมไฮโปฟาริงค์ของผึ้งในประเทศไทย [ปีที่ 2]

กันทิมา สุวรรณพงศ์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2554

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาผลของ Nosema ceranae ที่มีต่อผึ้งหลังติดเชื้อและสารสกัด พรอพอลิสจากชันโรง Trigona apicalis ที่เก็บรวบรวมจากจังหวัดจันทบุรี ต่อการติดเชื้อโนซีมา ปริมาน เชื้อต่อตัว ร้อยละการติดเชื้อในเซลล์ อัตราการรอดชีวิต ปริมาณโปรตีนของต่อมไฮโปฟาริงค์ในผึ้งงานของ ผึ้งสองชนิดคือ ผึ้งโพรง (Apis cerana) และผึ้งมิ้ม (Apis forea) โดยให้สารสกัดพรอพอลิสที่ระดับความ เข้มข้นต่างๆ คือ ร้อยละ 50 (50P) และ ร้อยละ70 (70P) หลังจากป้อนเชื้อโนซีมาที่ละลายในสารละลาย น้ำตาลซูโครสร้อยละ 50 (w/v) ด้วยเข้มข้น ( Dose) 40,000 สปอร์ ปริมาตร 2 ไมโครลิตรต่อตัว นำมาเลี้ยง ในตู้บ่มเชื้ออุณหภูมิ 33+2? C ความชื้นสัมพัทธ์ 50+5 พบว่อัตราการติดเชื้อ ร้อยละการติดเชื้อภายใน เซลล์ อัตราการตายของผึ้งทั้งสองชนิดในกลุ่มทดลองที่ป้อนเชื้อโนซีมาแต่ไม่ได้รับสารสกัดพรอพอลิส คือ กลุ่ม 0P และกลุ่ม CE สูงกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม CO CP และกลุ่มที่ป้อนเชื้อแต่ได้รับสารสกัด พรอพอลิส คือ กลุ่ม 50P และ 70P แต่จากการศึกษาพบว่าระดับความเข้มข้นของพรอพอลิส ที่ร้อยละ 50 และ ร้อยละ 70 ให้ผลไม่แตกต่งกัน นอกจากนี้จากการศึกษาปริมาณโปรตีนจากต่อมไฮโปฟาริงค์ของผึ้ง ทั้งสองชนิดหลังจากป้อนเชื้อโนซีมาและให้สารสกัดพรอพอลิส พบว่าเชื้อโนซีมาส่งผลให้ปริมาณโปรตีน จากต่อมไฮโปฟาริงค์ในผึ้งทั้งสองชนิดลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับเชื้อ (กลุ่ม ควบคุม CO CP) และกลุ่มที่ป้อนเชื้อแต่ได้รับสารสกัดพรอพอลิส นอกจากนี้อัตราการติดเชื้อยังเพิ่มขึ้นตาม ระยะเวลาหลังได้รับเชื้อด้วย จากการศึกษานี้สามารถสรุปได้ว่าสารสกัดพรอพอลิสจากชันโรงชนิด apicals ทำให้ลดอัตรการติดเชื้อ ร้อยละการติดเชื้อในเซลล์ทางเดินอาหารส่วนกลางและลดอัตราการ ตายของผึ้งทั้งสองชนิด นอกจากนี้ทำให้ปริมาณโปรตีนจากต่อมไฮโปฟาริงค์สูงขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ป้อน เชื้อแต่ไม่ได้รับสารสกัดพรอพอลิส

คำสำคัญ

โนซีมา เซอรานี Nosema ceranae พรอพอลิส propolis ต่อมไฮโปฟาริงค์ hypopharyngeal gland ทางเดินอาหารส่วนกลาง midgut ผึ้ง honeybees

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

อัตราการติดเชื้อและผลของพรอพอลิสต่อการติดเชื้อ Nosema ceranae ของทางเดินอาหารส่วนกลางและต่อมไฮโปฟาริงค์ของผึ้งในประเทศไทย [ปีที่ 1]

กันทิมา สุวรรณพงศ์ มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2553

การระบาดของเชื้อ Nosema ceranae และความรุนแรงของโรคในผึ้งหลวง (Apis dorsata Fabricius, 1793) ในประเทศไทย

กันทิมา สุวรรณพงศ์ มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2561

Screening of Antagonistic Bacterial Isolates from Hives of Apis cerana in Vietnam Against the Causal Agent of American Foulbrood of Honey Bees, Paenibacillus larvae

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2561

ความชุกของ โรคติดเชื้อหนอนพยาธิ ในพื้นที่ตําบลซําสูง จังหวัดขอนแก่น ประเทศไทย

พิสมัย หอมจําปา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2559

การศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับความหลากหลายของแบคทีเรียในทางเดินอาหารส่วนกลางของยุงลายบ้านและยุงร าคาญจากเขตกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

รนิดา ต่วนอุดม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2561

ชุมชีพแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับไรปรสิตร้ายแรงสกุลวาร์รัวและทอปปิลิแลปส์ในผึ้งเลี้ยงไทยและการประยุกต์เพื่อควบคุมโดยชีววิธี

เทิด ดิษยธนูวัฒน์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2560

ความชุกของการติดเชื้อหนอนพยาธิและปัจจัยเสียงของชาวบ้านที่อาศัยในตำบลนางแล จังหวัดเชียงราย ประเทศไทย

พัชรา ก้อยชูสกุล มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย พ.ศ. 2557

แมลงสาบในประเทศไทย: พาหะนําเชื้อโรค และสารก่อภูมิแพ้

อมรรัตน์ จําเนียรทรง มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2559

การศึกษาเปรียบเทียบความผันแปรของสัณฐานวิทยาในกลุ่มผึ้งจิ๋วในแต่ละภาคของประเทศไทย

สมนึก บุญเกิด คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2554

ความหลากหลายและความแตกต่างทางพันธุกรรมของประชากรไรศัตรูผึ้งสกุลทรอปิลีแลปส์ในประเทศไทย

ทิพย์วรรณ สรรพสัตย์ มหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. 2555