การพัฒนากระบวนการผลิตที่เหมาะสมสำหรับการผลิตพรอพอลิสในประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จากการทดลองการเก็บพรอพอลิสจากผึ้งพันธุ์ (Apis melifera L.) โดยเก็บในพื้นที่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และ อ.เมือง จ.น่าน ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2557 - เดือนมีนาคม 2558 โดยการเปรียบเทียบวิธีการเก็บ 3 วิธีจาก 2 พื้นที่ พบว่า วิธีการเก็บพรอพอลิสด้วยการเสริม ตาข่ายไนล่อน (plastic netting meshes)เป็นวิธีที่เก็บพรอพอลิสได้มากที่สุดทั้งสองพื้นที่ พรอพอลิสที่เก็บจากพื้นที่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยวิธีการเสริมตาข่ายไนล่อนมีผลรวมการเก็บ พรอพอลิส 52.4 + 5.4 กรัม รองลงมาคือวิธีการเก็บด้วยการเสริมแผ่นอลูมิเนียมด้านข้างรัง (lateral side modification) มีผลรวมการเก็บพรอพอลิส 38.8 + 0.1 กรัม และวิธีใช้เหล็กงัดรัง (hive tool) ขูดออกจากส่วนบนของคอนผึ้ง มีผลรวมกาเก็บพรอพอลิส 30.6 + 1.0 กรัม พรอพอลิสที่เก็บจากพื้นที่ อ.เมือง จ. น่าน เก็บโดยวิธีการเสริมตาข่ายไนลอนมีผลรวมการเก็บ พรอพอลิส 62.0 + 2.6 กรัม รองลงมาคือวิธีการเก็บด้วยการเสริมแผ่นอลูมิเนียมด้านข้างรังมี ผลรวมการเก็บพรอพอลิส 46.2 + 1.2 กรัม และวิธีใช้เหล็กงัดรังขูดออกจากส่วนบนของคอนผึ้ง มีผลรวมการเก็บพรอพอลิส 37.2 : 1.6 กรัม ช่วงเวลาที่สามารถเก็บพรอพอลิสได้มากที่สุดคือ ช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ และเมื่อนำพรอพอลิสมาศึกษาปริมาณสารโพลีฟีนอล ฟลาโว นอยด์ และฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ พบว่าพรอพอลิสที่เก็บได้จากพื้นที่จังหวัดน่าน มีปริมาณ สารและฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าพรอพอลิสจากจังหวัดเชียงใหม่