การพัฒนาการผลิตวัตถุดิบและการแปรรูปผลิตภัณฑ์เฉาก๊วยผงสำเร็จรูป
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การพัฒนาการผลิตวัตถุดิบและการแปรรูปผลิตภัณฑ์เฉาก๊วยผงสาเร็จรูป ได้ดาเนินการระหว่างเดือน มิถุนายน ถึงเดือนพฤศจิกายน 2562 ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ผลการศึกษาพบว่า กรรมวิธีการให้ปุ๋ยเคมี (15-15-15) และปุ๋ยมูลไก่ให้ผลดีที่สุดในการส่งเสริมการเจริญเติบโต และเพิ่มปริมาณผลผลิต (น้าหนักแห้ง) ในขณะที่การให้ปุ๋ยมูลค้างคาว และปุ๋ยมูลไก่ร่วมกับปุ๋ยมูลค้างคาว ช่วยเพิ่มปริมาณสารแทนนิน มากกว่าการให้ปุ๋ยกรรมวิธีอื่นๆ การพรางแสงมีผลต่อการเจริญเติบโต ปริมาณผลผลิตและปริมาณสารสาคัญในต้นเฉาก๊วย โดยการไม่พรางแสงให้ผลดีที่สุดในการเพิ่มจานวนยอด ปริมาณน้าหนักสด น้าหนักแห้ง ปริมาณสารประกอบฟีนอลิก และสารประกอบยูโซลิก แต่ไม่มีผลต่อปริมาณกัมและแทนนิน ช่วงอายุต้นที่เก็บเกี่ยวมีผลต่อขนาดของต้น ปริมาณผลผลิต และปริมาณสารสาคัญ โดยการการเก็บเกี่ยวที่อายุต้น 90 วัน ให้ค่าเฉลี่ยความสูงต้น และปริมาณกัมสูงที่สุด การพัฒนากระบวนการแปรรูปเฉาก๊วยผงสาเร็จรูป พบว่า การสกัดโดยใช้เฉาก๊วยแห้ง 1 กิโลกรัม ผสมสารละลายโซเดียมไบคาร์บอเนต 0.45% จานวน 24 ลิตร ให้ผลดีที่สุด ต่อปริมาณสารสกัดที่ได้ และคุณภาพของเจลลี่ที่ทดสอบทางประสาทสัมผัส โดยระยะเวลาที่เหมาะสมในการสกัดที่ให้ผลดีที่สุดต่อปริมาณสารสกัด และปริมาณสารสาคัญ (สารประกอบฟีนอลิก และแทนนิน) คือ 3 ชั่วโมง สาหรับส่วนผสมที่เหมาะสมสาหรับการผลิตเฉาก๊วยผงสาเร็จรูปคือเฉาก๊วยผงสกัด 0.75% ผสมกับแป้งเท้ายายพันธุ์ 4% ซึ่งให้ผลภาพรวมด้านกายภาพและการทดสอบทางประสาทสัมผัสที่ดีกว่าสูตรอื่น โดยกรรมวิธีที่เหมาะสมในการเตรียมเจลที่ให้คุณภาพของเจลที่ดี ควรใช้เฉาก๊วยผงสาเร็จรูปอัตรา 5-10 กรัมต้มในน้าเดือดปริมาณ 100 มิลลิลิตร คาสาคัญ: เฉาก๊วย ปุ๋ยอินทรีย์ การพรางแสง ช่วงการเก็บเกี่ยว เฉาก๊วยผงสาเร็จรูป