กระบวนการไบโอทรานส์ฟอร์เมชั่นในถังทำปฏิกิริยาที่มีระบบควบคุมระดับสารตั้งต้นเพื่อผลิตฟีนิลแอซีติลคาร์บินอลด้วยเซลล์รวมจากระบบการหมักแบบกะที่ใช้น้ำตาลระดับความเข้มข้นสูงจากการย่อยกากลำไยสดเป็นสารตั้งต้น
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ลำไยเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ที่มีระดับการผลิตระดับ 1 ล้านตันต่อปี เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น ประเทศจีน กากลำไยเป็นของเหลือทิ้งจากกระบวนการเพิ่มมูลค่าลำไย เช่น สารสกัดลำไย การวิเคราะห์ขนาดอนุภาคกากลำไยที่ผ่านตะแกรงร่อนและระดับความดันไอน้ำอิ่มตัวที่เหมาะสมในการย่อยเบื้องต้น แล้วนำสารตั้งต้นที่ได้จากสภาะดังกล่าวไปใช้การเพาะเลี้ยงเชื้อยีสต์แบบกะ และการผลิตฟีนิลแอซีติลคาร์บินอลด้วยถังปฏิกรณ์ระดับ 5 ลิตร โดยฟีนิลแอซีติลคาร์บินอล (PAC) เป็นสารตั้งต้นสำหรับการผลิตยาบรรเทาอาการภูมิแพ้ และอาการหวัดคัดจมูก ผลการวิจัยพบว่า สภาวะที่เหมาะสมที่สุดในการย่อยเบื้องต้นกากลำไยที่ไม่ผ่านการคัดขนาดและความดัน เนื่องจากเป็นสภาวะที่สามารถผลิตน้ำตาลได้ความเข้มข้นสูงสุดเท่ากับ 32.63?0.62 กรัมต่อ 100 กรัมกากลำไย และยังเป็นสภาวะที่คุ้มทุนที่สุดเท่ากับ 8.12?0.15 บาทต่อกรัมน้ำตาลทั้งหมดที่ได้ เมื่อใช้เชี้อยีสต์ C. tropicalis TISTR 5306 ในระบบการหมักแบบกะของสารสกัดกากลำไยที่ผ่านการย่อย ทำการหมักนาน 96 ชั่วโมง อุณหภูมิ 30 องศา-เซลเซียส กวนด้วยอัตราเร็ว 250 รอบต่อนาที ปรับค่าพีเอชที่ 6 มีปริมาณเอทานอลสูงสุดที่ 12.74 ? 0.08 กรัมต่อลิตร ที่เวลา 72 ชั่วโมง และมีการเจริญเติบโตจำเพาะ และจำเพาะสูงสุดอยู่ที่เวลา 12 ชั่วโมง ของช่วงเวลาการหมัก 0.0373 ? 0.0010 และ 0.0264 ? 0.0005 ต่อชั่วโมง ตามลำดับ ส่วนอัตราการใช้สารตั้งต้นหรือกลูโคส และฟรุกโตส ของเชื้อยีสต์ C. tropicalis TISTR 5306 สูงสุดที่ 4.24 ? 0.01 และ 0.75 ? 0.02 กรัมต่อลิตรต่อชั่วโมง ส่วนอัตราการผลิตเอทานอลสูงที่สุดถึง 1.06 ? 0.01 กรัมต่อลิตรต่อชั่วโมง ที่การหมัก 72 ชั่วโมง อัตราการสร้างมวลเซลล์สูงสุดถึง 6.59 ? 0.10 กรัมต่อลิตรต่อชั่วโมง (84 ชั่วโมง) แสดงให้เห็นว่าเชื้อยีสต์ C. tropicalis TISTR 5350 มีศักยภาพด้อยกว่าเชื้อยีสต์ C. tropicalis TISTR 5306 การศึกษาการผลิต PAC ด้วยกระบวนการไบโอทรานส์ ฟอร์เมชันของยีสต์ทั้งสองสายพันธุ์ ด้วยเซลล์รวม พบว่าเชื้อยีสต์ C. tropicalis TISTR 5306 สามารถผลิต PAC ได้ความเข้มข้นสูงกว่ายีสต์สายพันธุ์ C. tropicalis TISTR 5350 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p ? 0.05) ที่ระดับ 250 มิลลิลิตร เช่นเดียวกับการผลิตที่ระดับ 5 ลิตร ถึง 3.34 เท่า ความเข้มข้นโดยรวมสูงสุดของ PAC เมื่อมียีสต์สายพันธุ์ C. tropicalis TISTR 5306 เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเท่ากับ 123.61 ? 0.31 มิลลิโมล่าร์ ส่วนเชื้อยีสต์ C. tropicalis TISTR 5350 สามารถผลิต PAC ได้ 36.97 ? 0.45 มิลลิโมล่าร์