โครงการวิจัยและพัฒนาการผลิตลองกองคุณภาพเพื่อการส่งออก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยและพัฒนาการผลิตลองกองคุณภาพเพื่อการส่งออก มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มผลผลิตลองกองคุณภาพ คัดเลือกสายต้นพันธุ์ดี รวมทั้งการเพิ่มมูลค่าจากการแปรรูปและการยืดอายุการเก็บรักษาลองกอง ดำเนินการปี 2552-2553 ที่ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง สำนักวิจัยพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร และสวนเกษตรกร ผลการทดลองพบว่า การใช้สารพาโคลบิวทาโซล 400 และ 500 ppm ให้ความยาวช่อ น้ำหนักช่อและจำนวนผลในช่อมากกว่ากรรมวิธีที่ไม่ใช้สาร ส่วนคุณภาพผลไม่แตกต่างกัน ส่วนการคัดเลือกลองกองสายต้นพันธุ์ดี ได้คัดเลือกต้นที่ออกดอกและให้ผลผลิตที่มีรสชาติหวานหอมได้ 48 สายต้น (ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง 40 สายต้น ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี 8 สายต้น โดยเป็นสายต้นจากสวนเกษตร 3 สายต้น ) การศึกษาการผลิต Probiotic juice สามารถขยายเชื้อ Lactobacillus plantarum ที่เคลือบแบบ Duolac โดยใช้ Anarobic Solution ที่อุณหภูมิห้อง การศึกษาความสามารถในการหมักของ Lactobacillus plantarum ในน้ำลองกอง หมักที่ 37 องศาเซลเซียส ภายใต้สภาวะไร้ออกซิเจนโดยใช้ CO2 Gas Pak และเมื่อวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการของ Probiotic Juice จากลองกอง 1 หน่วยบริโภค (100 กรัม) จะได้รับพลังงาน 44.65 กิโลแคลอรี คิดเป็นพลังงานจากไขมัน 0.09 กิโลแคลอรี และใยอาหาร 0.17 กรัม วิตามินบี1 0.06 มิลลิกรัม แคลเซียม 5.76 มิลลิกรัม และ ธาตุเหล็ก 0.08 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัมของส่วนที่บริโภคการยืดอายุการเก็บรักษา พบว่า การใช้สารละลายไคโตซาน ความเข้มข้น 0.25 %ร่วมกับการบรรจุในบรรจุภัณฑ์แอคทีฟ ความหนา 20 และ 40 ไมครอน เกิดการหลุดร่วงของผลน้อยที่สุดและได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคสูงสุด โดยการใช้ไคโตซานร่วมกับบรรจุภัณฑ์แอคทีฟความหนา 40 ไมครอน เป็นกรรมวิธีแนะนำในการลดความเสียหายเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาและคงคุณภาพของลองกอง