การศึกษารูปแบบการผลิต สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ และกิจกรรมต้านอนุมูลอิสระของยอดมันเทศ เพื่อเป็นอาหารสุขภาพสำหรับชุมชนเมือง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อการทดลองที่ 1 การเปรียบเทียบพันธุ์มันเทศที่ปลูกในพื้นที่จำกัดเพื่อผลิตยอด ใบมันเทศ สามารถใช้บริโภคเป็นผักที่มีสารอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณมากและยังมีองค์ประกอบที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ จึงใช้เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ และอาหารรักษาโรค การทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบพันธุ์มันเทศที่นำมาปลูกในพื้นที่จำกัด เพื่อผลิตยอด วางแผนการทดลองแบบ RCBD ทำ 4 ซ้ำ โดยมีพันธุ์มันเทศที่ปลูกมากในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและมันเทศญี่ปุ่นรวม 5 พันธุ์เป็นสิ่งทดลอง คือ พันธุ์ปากช่อง ญี่ปุ่น ไข่ส้ม กะปิเทียม และมันดิน ทำการทดลองที่แปลงฝึกปฏิบั ติ และ ห้องปฏิบัติการสาขาวิชาพืชศาสตร์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร และอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ระหว่างเดือน กรกฎาคม ถึง พฤศจิกายน 2559 ผลการทดลองพบว่า พันธุ์มันเทศที่แตกต่างกันให้ผลผลิตยอด และมีองค์ประกอบทางด้านโภชนาการ และคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระแตกต่างกัน โดย พันธุ์ปากช่องให้ผลผลิตสูงที่สุด คือมี จำนวนยอดต่อต้น 10.03 ยอด น้ำหนักยอดต่อต้น 60.40 กรัม และมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุด คือ มีค่า DPPH 145.91 GA มก eqv/100 ก และ FRAP 140.53 ส่วนมันเทศญี่ปุ่น มีจำนวนยอดต่อต้นรองลงมา คือ 7.08 ยอด แต่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยง่าย ไขมัน เยื่อใย และปริมาณเถ้า ตลอดจนสารต้านอนุมูลอิสระ คือ วิตามินซี และสารประกอบฟีนอลสูงกว่าพันธุ์อื่น มันเทศพันธุ์ปากช่องและมันเทศญี่ปุ่นจึงเหมาะสมที่จะใช้ปลูกเพื่อผลิตยอด คำสำคัญ: ยอดมันเทศ การผลิต สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ สารต้านอนุมูลอิสระ บทคัดย่อการทดลองที่ 2 ผลของพันธุ์และอัตราปุ๋ยต่อปริมาณผลผลิตและสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพของยอดมันเทศ พันธุ์พืชและอัตราการใช้ปุ๋ยมีผลต่อการให้ผลผลิตของพืช งานทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของพันธุ์และอัตราปุ๋ยที่ใช้ในการผลิตยอดมันเทศที่มีคุณภาพในการบริโภคเพื่อเป็นอาหารสุขภาพ วางแผนการทดลองแบบ split plot in RCBD ทำ 4 ซ้ำ โดยมีปัจจัยหลัก (M) คือ มันเทศพันธุ์ปากช่อง และมันเทศญี่ปุ่น และปัจจัยรอง (S) คือ อัตราปุ๋ย N: P: K:=24: 12: 12 , N: P: K:=20: 5: 5 กก/ไร่ และการไม่ใส่ปุ๋ย ผลการทดลองพบว่า มันเทศ พันธุ์ปากช่องที่ใส่ปุ๋ยอัตรา (N: P: K= 20: 5: 5กก/ไร่) ให้ผลผลิตต่อต้น 9.3 ยอด น้ำหนัก 47.33 กรัม มากกว่ามันเทศญี่ปุ่น ปุ๋ยอัตรา(N: P: K= 24:12:12 กก/ไร่) ทำให้มันเทศพันธุ์ปากช่องมีพื้นที่ใบต่อต้น ความเขียวใบ และปริมาณคลอโรฟิลล์มากที่สุด คือ 1393 ตารางเซนติเมตร 37.57 spad unit และ 8.13 มก/100ก ตามลำดับ คุณสมบัติทางด้านคุณภาพอาหาร ยอดมันเทศพันธุ์ปากช่องที่ใส่ปุ๋ยอัตรา(N: P: K:=20: 5: 5 กก/ไร่) มีปริมาณเยื่อใยน้อยที่สุด (1.52 %)มีความชื้นและไขมันมากที่สุด(86.10 และ 0.44%) ส่วนปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยง่าย ยอดมันเทศพันธุ์ปากช่องที่ได้รับปุ๋ยอัตรา N: P: K= 24:12:12 กก/ไร่ มีปริมาณคาร์โบไฮเดรต 5.07% สูงกว่าพันธุ์ญี่ปุ่น และพันธุ์ปากช่องที่ไม่ใส่ปุ๋ยมีปริมาณโปรตีนมากที่สุด (11.02%) คุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระยอดมันเทศญี่ปุ่นที่ใส่ปุ๋ย อัตรา N: P: K:=20: 5: 5 กก/ไร่ มีฟีนอลมากที่สุด 111.80 มกGA equ/100 ก ส่วนแอนโทไซยานิน ยอดมันเทศพันธุ์ปากช่องที่ใส่ปุ๋ยอัตรา N: P: K:=20: 5: 5 กก/ไร่ และไม่ใส่ปุ๋ยมีปริมาณมากที่สุด 426.93 มก/100ก และยอดมันเทศพันธุ์ปากช่องที่ไม่ใส่ปุ๋ยมีค่า DPPH มากที่สุด คือ 22.41 มกGA equ/100ก จากผลการทดลองนี้มันเทศพันธุ์ปากช่องตอบสนองต่อการใส่ปุ๋ยอัตรา N: P: K:=20: 5: 5 กก/ไร่ ได้ดีกว่าปุ๋ยอัตรา N: P: K= 24:12:12 กก/ไร่ และให้ปริมาณยอดได้มากกว่ามันเทศญี่ปุ่นโดยมีคุณภาพไม่แตกต่างกัน คำสำคัญ: พันธุ์มันเทศ ยอดมันเทศ อัตราปุ๋ย สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ บทคัดย่อการทดลองที่ 3 ผลของการแปรรูปโดยใช้ความร้อนต่อปริมาณสารไซยาไนด์ (cyanide) สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ (สารประกอบฟีนอล) และกิจกรรมการต้านอนุมูลอิสระในใบมันเทศ การแปรรูปอาหารโดยใช้ความร้อนทำให้ปริมาณสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพภายในผลิตผลเปลี่ยนแปลงไปจากที่มีในผลิตผลสด การทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบผลของการแปรรูปต่อการเปลี่ยนแปลงปริมาณสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพในยอดมันเทศ โดยวางแผนการทดลองแบบ Completely Randomized Design (CRD) ทำ 3 ซ้ำ โดยมี 4 สิ่งทดลอง คือ 1) ใบมันเทศหั่นสด 2) ใบมันเทศลวกในน้ำเดือด 100 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา15 นาที 3)ใบมันเทศนึ่งเป็นระยะเวลา 15 นาที 4) ใบมันเทศอบที่อุณหภูมิ 65 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา60 นาที ผลการทดลองพบว่า กระบวนการแปรรูปโดยการลวก อบ นึ่ง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงปริมาณ สารประกอบฟีนอล กิจกรรมการต้านอนุมูลอิสระ และ ปริมาณสารไซยาไนด์ ในใบมันเทศญี่ปุ่น โดยการลวกทำให้ปริมาณสารทั้ง 2 ชนิด รวมทั้งกิจกรรมการต้านอนุมูลอิสระ (DPPH) คงเหลือน้อยที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับใบมันเทศสดหั่น การแปรรูปด้วยการนึ่งทำให้ปริมาณฟีนอลเพิ่มขึ้น ทำนองเดียวกับการอบที่ทำให้ปริมาณกิจกรรมการต้านอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้นเช่นกัน คำสำคัญ: การแปรรูปโดยใช้ความร้อน สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ สารต้านอนุมูลอิสระ