อิทธิพลของการให้น้ำชลประทานและระยะปลูกที่มีต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตมันเทศ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ปัจจุบันความรู้ที่เกี่ยวกับการตอบสนองของมันเทศต่อการให้น้ำชลประทาน และระยะปลูกที่แตกต่างกันในสภาพไร่ยังมีน้อยมาก ดังนั้นจึงได้ทำการศึกษาในครั้งนี้ขึ้น จุดประสงค์ของการศึกษาในครั้งนี้เพื่อต้องการทราบถึงผลของการให้น้ำชลประทาน และระยะปลูกที่มีต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของมันเทศ การทดลองนี้ได้แบ่งการศึกษาออกเป็น 2 การทดลอง ซึ่งได้ทำการศึกษาระหว่างเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม 2553 ที่คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง การทดลองแรก เป็นการศึกษาที่มีจุดประสงค์เพื่อต้องการทราบถึงการตอบสนองของการเจริญเติบโตและผลผลิตมันเทศต่อปริมาณการให้น้ำชลประทานที่แตกต่างกัน วางแผนการทดลองแบบ split plot design มีจำนวน 3 ซ้ำ main plot ได้แก่ มันเทศจำนวน 6 พันธุ์คือ พันธุ์ต่อเผือก, ไข่, จีน, ญี่ปุ่น, พิจิตร 101 และพิจิตร 1665 ส่วน sub plot ได้แก่ การให้น้ำชลประทานแก่มันเทศ 4 ระดับ ซึ่งการให้น้ำนั้นให้ตามสัดส่วนของค่าปริมาณน้ำที่ให้ต่อค่าการระเหยสะสม (irrigation water/evaporation, IW/E) 0.3 , 0.5 , 0.7 และ 1.0 ตามลำดับ ผลจากการทดลองพบว่า มันเทศพันธุ์จีน มีการเจริญเติบโต การสะสมน้ำหนักแห้งรวม และผลผลิตหัวแห้ง มีค่ามากที่สุด รองลงมาคือ มันเทศพันธุ์ญี่ปุ่น, ไข่, พิจิตร 101, พิจิตร 1665 และ ต่อเผือก ตามลำดับ การให้น้ำโดยมีค่าอัตราส่วนของ IW/E ที่มีค่าเพิ่มสูงขึ้น จาก IW/E 0.3 ถึง IW/E 1.0 จะมีผลทำให้น้ำหนักแห้งรวมและผลผลิตมันเทศมีค่าเพิ่มมากขึ้นแตกต่างกันในทางสถิติ มันเทศที่ได้รับน้ำในปริมาณน้อย มีผลทำให้อุณหภูมิใบมีค่าเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ปริมาณน้ำในใบ, อัตราการคายน้ำจากใบ และ Total conductance มีค่าลดลง อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพการใช้น้ำของพืชมีค่าลดลงจาก 0.34 กรัมต่อตารางเมตรต่อมิลลิเมตร ในสิ่งทดลองเมื่อให้น้ำปริมาณ IW/E 0.7 และ IW/E 1.0 เป็น 0.31 กรัมต่อตารางเมตรต่อมิลลิเมตร เมื่อให้น้ำปริมาณ IW/E 0.3 เมื่อเปรียบเทียบมันเทศทั้ง 6 พันธุ์ พบว่ามันเทศพันธุ์จีนมีการใช้น้ำและประสิทธิภาพการใช้น้ำสูงสุดในขณะที่มันเทศพันธุ์ต่อเผือกมีค่าต่ำสุด ไม่พบผลของสหสัมพันธ์ระหว่างพันธุ์มันเทศและปริมาณน้ำชลประทานในทุก parameter ที่ได้ศึกษาครั้งนี้ การทดลองที่ 2 เป็นการศึกษาในสภาพไร่ โดยมีจุดประสงค์ของการศึกษาในครั้งนี้เพื่อต้องการทราบถึงผลของระยะปลูกที่แตกต่างกัน 4 ระยะปลูก ที่มีต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตมันเทศ วางแผนการทดลองแบบ split plot design มีจำนวน 3 ซ้ำ main plot ได้แก่ มันเทศ 6 พันธุ์คือ พันธุ์ต่อเผือก, ไข่, จีน, ญี่ปุ่น, พิจิตร 101 และพิจิตร 1665 ส่วน sub plot ได้แก่ การปลูกมันเทศ 4 ระยะปลูกคือ 30?50 , 50?50 , 30?100 และ 50?100 เซนติเมตรตามลำดับ ผลจากการทดลองพบว่า การเจริญเติบโต ผลผลิตและน้ำหนักแห้งรวมของมันเทศพันธุ์จีน มีค่ามากที่สุด รองลงมาคือ พันธุ์ญี่ปุ่น , ไข่ , พิจิตร 101 และ พิจิตร 1665 ตามลำดับ ในขณะที่มันเทศพันธุ์ต่อเผือกมีค่าต่ำสุด มันเทศที่ปลูกโดยใช้ระยะปลูกที่กว้างขึ้นจะมีน้ำหนักเถา ใบ ราก และน้ำหนักแห้งรวมต่อต้นมีค่าเพิ่มขึ้น การปลูกโดยใช้ระยะปลูกที่แคบที่สุดคือ 30?30 เซนติเมตร มันเทศมีน้ำหนักหัวสดและน้ำหนักหัวแห้ง (กิโลกรัมต่อไร่) มีค่ามากที่สุด ในขณะที่การปลูกโดยใช้ระยะปลูกกว้างที่สุดคือ 50?100 เซนติเมตรมีค่าน้อยที่สุด อย่างไรก็ตามไม่พบสหสัมพันธ์ระหว่างพันธุ์มันเทศกับระยะปลูก