เทคโนโลยีพลาสมาเพื่อการผลิตผลิตภัณฑ์ควบคุมไรศัตรูผึ้งจากน้ำมันหอมระเหยทดแทนการใช้สารเคมี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ไร Tropilaelaps เป็นศัตรูผึ้งที่มีการแพร่ระบาดและก่อให้เกิดความเสียหายแก่อุตสาหกรรมการเลี้ยงผึ้งของไทยและเอเชีย โดยงานวิจัยนี้ได้คัดเลือกวัสดุรูพรุนเพื่อนำไปใช้เป็นวัสดุตัวกลางสำหรับการดูดซับและปลดปล่อยน้ำมันหอมระเหย พบว่า หินพัมมิสสามารถดูดซับน้ำมันหอมระเหยกานพลู (0.006743 ? 0.00101 ?l/mg) และอบเชย (0.012083 ? 0.00185 ?l/mg) ได้สูงสุด ส่วนวัสดุเซรามิคบางชนิดมีประสิทธิภาพการดูดซับน้ำมันหอมระเหยรองลงมา นอกจากนั้นได้ศึกษาการใช้เทคโนโลยีพลาสมาต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นผิวของวัสดุ พบว่า อาร์กอนและฮีเลียมพลาสมาร่วมกับระบบไอน้ำ ที่มีอัตราการไหลของแก๊สเท่ากับ 0.5 L/min นาน 3 นาที ทำให้กระดาษแข็งมีการดูดซับและการระเหยของน้ำมันหอมระเหยกานพลูลดลง แต่ไม่ได้ส่งผลต่อวัสดุชนิดอื่น อีกทั้งงานวิจัยนี้ได้นำเอาเซรามิคทรงกลมมาทดสอบประสิทธิภาพการดูดซับและการระเหยของน้ำมันกานพลูเพื่อนำไปใช้ในการฆ่าไร Tropilaelaps พบว่า วัสดุที่ไม่ได้ผ่านพลาสมาสามารถฆ่าไรได้สูงกว่าวัสดุที่ผ่านอาร์กอนพลาสมา (อัตราการไหล 0.5 L/min) หลังการทดสอบ 30 นาทีในห้องปฏิบัติการ และวัสดุทั้งสองชนิดสามารถฆ่าไรได้ 100% ภายใน 3 ชั่วโมง เมื่อนำไปทดสอบในรังผึ้งพบว่าน้ำมันหอมระเหยกานพลูเข้มข้น 10 % (v/v) บนวัสดุเซรามิคทรงกลมทั้งที่ผ่านพลาสมาและไม่ได้ผ่านพลาสมามีประสิทธิภาพในการควบคุมไรได้ดีกว่าการใช้ฟอร์มิคความเข้มข้น 65% (v/v) แต่ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และน้ำมันหอมระเหยกานพลูไม่ได้ส่งผลกระทบต่อประชากรผึ้งในรังจนเสร็จสิ้นการทดลอง