การควบคุมไรศัตรูเห็ด, Luciaphorus perniciosus Rack และ Formicomotes heteromorphus Magowski โดยใช้น้ำมันหอมระเหยจากพืช
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จากการทคสอบประสิทธิภาพการของน้ำมันหอมระเหยจากพืชสมุนไพร 30 ชนิด ต่อไรศัตรูเห็ด 2 ชนิด ได้แก่ไรไข่ปลา Luciaphorus perniciosus Rack และไรดีด Fornicomotes heteromorphus Magowski โดยวิธีการรมและ วิธีการ สัมผัส วิธีการรมทดสอบโดยรมในเครื่อง knockdown chamber ขนาด 2.5 X 10* cm โดยใช้ปริมาตร 1.5 m! รมนาน 1 ชั่วโมง ทดสอบเบื้องต้นที่ความเข้มข้น 0 (2% tween-20 ในน้ำ) และ 2% (1.2 ม2m) ตรวจนับอัตราการตายที่ 12 และ 24 ชั่วโมง วิธีการสัมผัสทดสอบในหลอดแก้วปลายเปิด และปิดด้วยตาข่ายในลอนทั้งสองข้าง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.4 c๓ ขาว 3 cm ทดสอบเบื้องต้นที่ความ เข้มข้นของน้ำมันหอมระเหย 0 (chanol 95%) และ 1.5% (99 4g๗) โดยใช้ปริมาตร 25 แ1 ตรวจนับอัตราการ ตายที่ 12 และ 24 ชั่วโมง พบว่าน้ำมันหอมระเหยจากพืชสมุนไพร 8 ชนิด มีประสิทธิภาพในการฆ่าไรสัตรู เห็ดทั้งสองชนิดได้มากกว่า 80% ที่ 12 ชั่โมง และสามารถฆ่าได้ 100% ที่ 24 ชั่วโมง ทั้งวิธีการรมและ วิธีการสัมผัสได้แก่ น้ำมันหอมระเหขจากตะไคร้หอม ตะไคร้บ้าน เปลือกหุ้มเมล็ดพริกไทยดำ เนื้อเมล็ด พริกไทยดำ กานพลู ขมิ้นชัน อบเชย และมะนาว เมื่อนำมาทดสอบโดยวิธีการรม ที่ความเข้มข้น 0, 0.0012, 0.006, 0.012, 0.06, 0.12, 0.6 และ 1.2 *9*m ตรวจนับอัตราการตาขที่ 12 ชั่วโมง พบว่าน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกหุ้มเมล็ดพริกไทยคำมี ประสิทธิภาพในการฆ่าไรไข่ปลาดีที่สุดโดยมีค่า LD เท่ากับ 0.020 แg๗m รองลงมาคือ น้ำมันหอมระเหย จากเนื้อเมล็ดพริกไทยดำ ตะไคร้หอม ตะไคร้บ้าน กานพลู อบเชย ขมิ้นชัน และมะนาว โดยมีค่า LDa เท่ากับ 0.036, 0.074, 0.135, 0.171, 0.241, 0.246 และ 0.336 มgm ตามลำดับ และน้ำมันหอมระเหยจาก เปลือกหุ้มเมล็ดพริกไทยดำมีประสิทธิภาพในการฆ่ไรดีดดีที่สุดโดยมีค่ LD. เท่ากับ 0.011 มgcm รองลงมาคือ น้ำมันหอมระเหยจากเนื้อเมล็คพริกไทยคำ กานพลู ขมิ้นชัน ตะไคร้บ้าน ตะไคร้หอม มะนาว และอบเชย โดยมีค่า LDๆ เท่ากับ 0.020, 0.028, 0.036, 0.059, 0.063, 0.102 และ 0.219 แg/(m ตามลำดับ เมื่อนำมาทดสอบโดยวิธีการสัมผัส ที่ความเข้มข้น 0, 0.066, 0.33, 0.66, 3.3, 6.6, 33, 66 และ 99 แgm ตรวจนับอัตราการตาขที่ 12 ชั่วโมง พบว่าน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกหุ้มเมล็ดพริกไ ทยดำมึ ประสิทธิภาพในการฆ่าไรไข่ปลาดีที่สุดโดยมีค่า LD. เท่ากับ 3961 g๗ รองลงมาคือน้ำมันหอมระเหย จากเนื้อเมล็ดพริกไทยคำ กานพลู ตะ ไคร้บ้าน ตะ ไคร้หอม อบเขย ขมิ้นชัน และมะนาว โดยมีค่า LDๆ เท่ากับ 4.074, 4.695, 5.017, 5 393 9.681, 11.301 และ 12.143 แm ตามลำดับ ส่วนน้ำมันหอมระเหยจากกานพลูมี ประสิทธิภาพในการฆ่าไรดีดดีที่สุดโดขมีค่า LD เท่ากับ 2.154 ๗๓ รองลงมาคือน้ำมันหอมระเหยจาก เปลือกหุ้มมล็ดพริกไทยดำ เนื้อเมล็ดพริกไทยดำ ตะไคร้บ้าน ตะไคร้หอม ขมิ้นชัน อบเชย และมะนาว โดยมี ค่า LDg เท่ากับ 2.405, 2.428, 2.555, 2918, 5.665, 6.855 และ 11.017 แg/cm ตามลำดับ เมื่อนำน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกหุ้มมล็ดพริกไทยดำ เนื้อเมล็ดพริกไทยดำ ตะไคร้บ้น ตะไคร้ หอม กานพลู และขมิ้นชัน มาทำการศึกษาประสิทธิภาพต่อการฟักออกเป็นตัวเต็มวัยของไรไข่ปลา โดย วิธีการรม รมนาน 2 ชั่วโมง ที่ความเข้มข้น 0 (2% Iween-20 ในน้ำ), 0.125, 0.25, 1.25, 2.5, 12.5, 25, 50 และ 75 9*m ตามลำดับ ตรวจนับเปอร์เซ็นต์การฟักออกเป็นตัวเต็มวัยภายใน 7 วัน พบว่าน้ำมันหอมระเหยจาก เนื้อเมล็ดพริกไทยดำ มีประสิทธิภาพในการขับยั้งการฟักออกเป็นตัวเต็มวัยของไรไข่ปลามากที่สุด โดยมีค่า ED เท่ากับ 16.00 มg(m รองลงมาคือน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกหุ้มมล็ดพริกไทยดำ ตะไคร้บ้านตะไคร้ หอม ขมิ้นชัน และกานพลู โดยมีค่า EDๆ เท่ากับ 17.39, 17.81, 19.66,41.75 และ 81.11 มg/<๓ ตามลำดับ จากการทดสอบน้ำมันหอมระเหยจากพืชที่มีประสิทธภาพในการฆ่าไรศัตรูเห็ดต่อการเจริญเดิบโต ของเชื้อเห็ดขอนขาวและเชื้อเห็ดฮังการี โดยวิธีการ paper disc difiusion บนอาหาร PDA โดยใช้น้ำมันหอม ระเหขความเข้มข้น 0% (2% เween-20 ในน้ำ) และ 1.5% พบว่า น้ำมันหอมระเหยจากพริกไทยดำทั้งที่สกัดจาก เนื้อและเปลือกหุ้มเมล็ด ไม่มีผลต่อการเจริญเดิบโตของเชื้อเห็ดทั้งสองชนิด โดยแสดงผลไม่แตกต่างกับกลุ่ม ควบคุม