การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีพลาสมาสำหรับวัสดุทางการแพทย์และเมล็ดพันธุ์ทางการเกษตร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
เทคโนโลยีพลาสมา (Plasma Technology) เป็นวิทยาศาสตร์แขนงใหม่ที่สามารถนำมาใช้งานได้หลากหลายสาขา โดยงานวิจัยฉบับนี้ได้ให้ความสำคัญสำหรับการนำมาปรับใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่เมล็ดพันธุ์การเกษตร รวมไปถึงพัฒนาคุณสมบัติของวัสดุทางการแพทย์เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ป่วยในปัจจุบัน สำหรับการเพิ่มมูลค่าให้แก่เมล็ดพันธุ์การเกษตรนั้นได้ทดลองทำในพริกไทย โดยศึกษาผลของการใช้พลาสมาในการกำจัดเชื้อราบนผิวเมล็ดพันธุ์ พบว่า ที่พลาสมากำลังไฟฟ้า 120 วัตต์ โดยทำเป็นระยะเวลานาน 50 ครั้ง สามารถลดเปอร์เซ็นการติดเชื้อราได้สูงถึง 66% เมื่อเทียบกับชุดควบคุม (เมล็ดพันธุ์ที่ไม่ได้ผ่านพลาสมา และเมล็ดพันธุ์ที่ไม่มีเชื้อราไม่ได้ผ่านพลาสมาเป็นชุดควบคุม) และสำหรับการพัฒนาคุณสมบัติวัสดุทางการแพทย์นั้น เป็นการศึกษาหาสภาวะที่เหมาะมาสำหรับการสังเคราะห์ฟิล์มบางไฮดรอกซีอะพาไทต์และไทเทเนียมโดยใช้เทคนิคพลาสม่าแมกนีตรอนสปัตเตอริง พบว่า ชั้นฟิล์มที่ขึ้นรูปได้มีความหนา 6-22 นาโนเมตร และมีความขรุขระเฉลี่ย 0.097 นาโนเมตร รวมถึงการวิเคราะห์ด้านคุณสมบัติทางชีวภาพของผิวฟิล์ม โดยการทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งกระดูกอ่อนชนิด Chrondrosarcoma (SW1353 Cells) ด้วยการทดสอบ MTT Assay โดยการวัดค่าการเจริญเติบโตของเซลล์ (Cell Proliferation Rate) พบว่า ชิ้นงานตัวอย่างนั้นมีค่า % Cell Viability สูงกว่าตัวควบคุมทั้งหมด คิดเป็น 148% โดยเฉลี่ย ดังนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่าชั้นฟิล์มไฮดรอกซีอพาไทต์และไททาเนียมที่ได้จากการทดลองนั้น สามารถมีความเหมาะสมที่จะนำมาประยุกต์ใช้แทนกระดูกในร่างกาย