ความชุกและปัจจัยเสี่ยงของการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจในฝูง โคนมในภาคตะวันตกของประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ที่มาของการศึกษา: โรคระบบทางเดินหายใจแบบซับซ้อนในโค (bovine respiratory disease complex) ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจในโคนม เชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับโรคดังกล่าว 4 ชนิดได้แก่ เชื้อ bovine respiratory syncytial virus (BRSV), bovine herpesvirus type 1 (BHV1), bovine viral diarrhea virus (BVDV) และ bovine parainfluenza virus type 3 (BPIV3) ภาคตะวันตกของประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่มีฟาร์มโคนมจำนวนมากและมีปัญหาโคนมป่วยและตายที่แสดงอาการในระบบทางเดินหายใจ การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความชุก และปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการตรวจพบแอนติบดีต่อเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจในฝูงโคนมภาคตะวันตกของประเทศไทย ซึ่งข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ให้ผู้เกี่ยวข้องใช้สำหรับวางแผนบริหารจัดการป้องกันและกำจัดโรคในฟาร์มโคนม วิธีการ: ทำการศึกษาแบบภาคตัดขวาง ในช่วงเดือนพฤษภาคม-กันยายน 2561 สุ่มเก็บตัวอย่างน้ำนมดิบโครวมรายฟาร์ม จากฟาร์มที่ไม่เคยมีประวัติการทำวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจที่เลี้ยงในพื้นที่ 6 จังหวัดภาคตะวันตกของประเทศไทยแบบระดับชั้น จำนวน 400 ฟาร์ม รวม 400 ตัวอย่าง ตรวจหาแอนติบอดีต่อเชื้อ BRSV, BHV1, BVDV และ BPIV3 โดยวิธี indirect ELISA วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงที่สัมพันธ์กับการตรวจพบแอนติบอดีต่อเชื้อ โดยใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลที่จำเป็นจากเจ้าของฟาร์ม โดยใช้สถิติ chi square test ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% หากตัวแปรใดมีค่า p-value<0.20 จะนำไปวิเคราะห์ต่อด้วยสถิติวิเคราะห์แบบการถดถอยพหุโลจิสติกในระดับรายฝูง ผล: พบอัตราความชุกของการตรวจพบแอนติบอดีต่อการติดเชื้อ BRSV, BHV1, BVDV และ BPIV3 ในฝูงโคนม เท่ากับร้อยละ 73.50, 27.25, 59.25 และ 92.75 ตามลำดับ โดยพบแอนติบอดีต่อเชื้อไวรัสร่วมกันตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปร้อยละ 86.0 การไม่มีรั้วล้อมรอบฟาร์ม เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สัมพันธ์กับการตรวจพบแอนติบอดีต่อเชื้อ BRSV และ BVDV ขณะที่การนำโคนมเข้ามาเลี้ยงใหม่ในช่วงไม่เกิน 3 เดือน และลูกโคในฟาร์มเคยแสดงอาการในระบบทางเดินหายใจ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สัมพันธ์กับการตรวจพบแอนติบอดีต่อเชื้อ BHV1 ทั้งนี้ไม่พบปัจจัยเสี่ยงที่สัมพันธ์กับการตรวจพบแอนติบอดีต่อเชื้อ BPIV3 สรุป: ฝูงโคนมในภาคตะวันตกของประเทศไทยมีความชุกของการตรวจพบแอนติบอดีต่อการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจทั้ง 4 เชื้อ อยู่ในอัตราที่ค่อนข้างสูง และพบปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการตรวจพบแอนติบอดีต่อเชื้อไวรัส ดังนั้นหน่วยงานภาครัฐสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการกำหนดมาตรการควบคุม เฝ้าระวัง รวมถึงกำจัดโรคต่อไป