Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2561

การประเมินสถานการณ์โรค บริหารจัดการ เตรียมความพร้อม และ สื่อสารข้อมูล ความเสี่ยงโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในประเทศไทย

ศุภชัย เนื้อนวลสุวรรณ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2561

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การควบคุมและป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ ต้องอาศัยความ ร่วมมือของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ภาคเอกชน ภาครัฐบาล ภาควิชาการ รวมถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร โดยอาจจะ พิจารณาการวิเคราะห์ความเสี่ยงโรค (risk analysis) เป็นแนวทางในการควบคุมและป้องกันโรคได้อย่างครบถ้วน และรอบด้าน ประกอบด้วย การประเมินความเสี่ยง การจัดการความเสี่ยงและการสื่อสารความเสี่ยง โดยการวิจัย ได้ออกแบบและคัดเลือกให้ทำงานประสานกัน กล่าวคือ การประเมินความเสี่ยง (risk assessment) เป็น กระบวนการในการประเมินโอกาสในการนำเข้าไวรัสโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรผ่านช่องทางที่เป็นไปได้ในหมต แม้ว่าค่าเฉลี่ยความน่าจะเป็นในการนำเข้าไวรัส ASF จากทั้ง 4 วิถีนำเข้าตามแบบจำลอง คือ 3.8 x 10 เทียบเท่ากับระดับต่ำ (low) อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาแนวทางปฏิบัติจริงในแต่ละวิถี (pathway) กล่าวคือ กรม ปศุสัตว์ไม่อนุญาตให้มีการนำเข้าสุกรมีชีวิต การตรวจพบสารพันธุกรรม ASFVในผลิตภัณฑ์ จำนวนตัวอย่างที่ ตรวจ swab พื้นผิวมีจำนวนน้อย ในขณะที่จำนวนตัวอย่างจริงที่ตรวจโดยกรมปศุสัตว์มีจำนวนมากกว่าวัตถุดิบ วัตถุดิบและอาหารสัตว์ที่ต้องผ่านความร้อนสูง ทำให้ไวรัส ASF ถูกทำลายได้ ดังนั้น ความน่าจะเป็นในการนำเข้า ไวรัส ASF จากทั้ง 4 วิถีนำเข้า ให้ถือว่า เป็นระดับละลเยได้ (Neglgble) ทำให้ไม่ต้องดำเนินการในขั้นตอนถัดไป ของการประเมินความเสี่ยงนำเข้า การวิเคราะห์เครือข่ายการเคลื่อนย้ายและ diffusion model จากข้อมูลการ เคลื่อนย้ายสุกรและขากสุกรในปี พ.ศ. 2560 ถึง 2562 เพื่อประเมินการแพร่กระจายของโรคอหิวาต์แอฟริกาใน ประเทศไทย โดยแบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ระดับจังหวัดและอำเภอ พบว่าการเคลื่อนย้ายสุกรและ ซากสุกรมีแนวโน้มสอดคล้องกันในแต่ละปี ราชบุรี ชลบุรี และพัทลุง เป็นจังหวัดที่มีแนวโน้มค่า autdegree สูง ในการเคลื่อนย้ายสุกร ซึ่งสะท้อนถึงการเป็นจังหวัดที่มีโอกาสแพร์โรคให้จังหวดอื่นสูง สำหรับซากสุกร ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา และนครปฐม เป็นจังหวัดที่มีแนวโน้มค่า outdegree สูง และมีโอกาสแพรโรคให้จังหวัดอื่นสูงเช่นกัน ในระดับอำเภอ ปากท่อ ราชบุรี แม่ทา ลำพูน และบ่อทอง ชลบุรี เป็นอำเภอมีแนวโน้มค่า outdegree สูง ในการ เคลื่อนย้ายสุกร ซึ่งสะท้อนถึงการเป็นอำเภอที่มีโอกาสแพรโรคให้จังหวัดอื่นสูง สำหรับซากสุกร สำลูกกา ปทุมธานี เมือง ฉะเชิงเทรา และเมือง นครปฐม เป็นอำเภอที่มีแนวโน้มค่า outdegree สูง และมีโอกาสแพรโรค ให้อำเภออื่นสูงเช่นกัน การพัฒนาระบบทางห้องปฏิบัติการในการตรวจวินิจฉัยโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ทั้ง วิธีการเพาะแยกไวรัส การตรวจทางด้านภูมิคุ้มกันวิทยา และการตรวจทางชีวโมเลกุลของไวรัสทำให้สามารถ ประยุกต์ใช้ในการประเมินความเสี่ยงนำเข้าและการทำลายไวรัส ASF ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ความสามารถทาง ห้องปฏิบัติการในการตรวจวินิจฉัยโรคของห้องปฏิบัติการอยู่ในระดับที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการะบุ การปนเปื้อนไวรัส ASF จำนวน 24 จาก 25 ห้องปฏิบัติการ มีการพัฒนาการวินิจฉัยโรคด้วยวิธี LAMP PCR ซึ่ง มีประสิทธิภาพความไวต่ำกว่า real-time PCR ที่เป็นวิธีมาตรฐานเพียง 2 log dilutions จากผลการศึกษาแสดง ให้เห็นว่าในช่วงระหว่างปี 2559 - 2562 ฟาร์มสุกรในประเทศไทย ได้แก่กลุ่มฟาร์มสุกรขนาดเล็ก ฟาร์มขนาด กลาง และฟาร์มขนาดใหญ่ ยังคงปลอดจากการสัมผัสไวรัส ASF จากการสำรวจและเฝ้าระวังโดยวิธีการตรวจหา สารพันธุกรรมของไวรัส ASF และการตรวจหาระดับแอนติบอดีต่อโรค ASF สำหรับการจัดการความเสี่ยง (risk management) คือ การประเมินประสิทธิภาพในการทำลายไวรัส ASF ในรูปของอัตราการทำลายไวรัส ASF หรือ ค่า Decimal reduction time ของน้ำยาฆ่าเชื้อจำนวน 9 ชนิด ในน้ำกลั่น คือ กลุ่มออกซิเดนท์ (Oxidizing agent) ขนด VIRKON S 0.1256 กลมกลูตารัลดีไฮด์ (glutaraldehyde) + กลุ่ม QAC (quatermary armrmornium Compound): Tornado 0.08396 กลุ่มสารประกอบไอโอดีน (Iodine compound: lodox 0.083% นาน 4.3, 2.08 และ 1.0 นาที น้ำกลั่นที่มีสารอินทรีย์ fetal boine serum และน้ำกลั่นที่มีสารอนินท รีย์ในรูปของน้ำกระด้าง กลับทำให้ค่า Decimal reduction time ลดลง ดังนั้นการปนเปื้อนสารอินทรีย์และ สารอนินทรีย์ไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพในการทำลายไวรัสลดลง นอกจากนี้ความเข้มข้นของน้ำยาฆ่าเชื้อทั้ง 3 ชนิด ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ตลอดระยะเวลา 2 เดือน สำหรับการสื่อสารความเสี่ยง (risk cornmunication) เป็นการซักซ้อม สร้างการรับรู้และประเมินความพร้อมระบบตอบโต้ภาวะฉุกเฉินของ โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในระดับจังหวัดและอำเภอ

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

โครกงารศึกษาระบบการผลิตและจำหน่ายเนื้อสุกรเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์จัดตั้งโรงฆ่าสุกรมาตรฐานในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทย

สมบัติ ศุภประภากร สำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ พ.ศ. 2551

ผลกระทบของสถานการณ์โควิดต่อการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อในประเทศไทย และการบรรลุเป้าหมายระดับโลกและระดับชาติในการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ

อรทัย วลีวงศ์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2564

หลักการพื้นฐานและการสร้างแบบจำลองแบบแบ่งส่วนในงานด้านวิยาการระบาดโรคสัตว์สู่คนในประเทศไทย

อนุวัตน์ วิรัชสุดากุล มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2559

การศึกษาการเตรียมพร้อมรับและตอบสนอง ต่อสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสุขภาพและชุมชนในประเทศไทย

พรเพชร ปัญจปิยะกุล โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2553

การประเมินผลโครงการสร้างความตระหนักและเตรียมความพร้อมสำหรับโรคติดต่อและโรคอุบัติใหม่ตามแนวพรมแดนไทย – ราชอาณาจักรกัมพูชา – สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว - สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ปีงบประมาณ 2558 - 2560

หทัยชนก ศิริวัฒนกุล พ.ศ. 2563

ประเมินผลการบังคับใช้ข้อบัญญัติท้องถิ่นเกี่ยวกับการควบคุมลูกน้ำยุงลายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทย

สุริโย ชูจันทร์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2556

แผนงานเพื่อศึกษาอุบัติการณ์การติดเชื้อไวรัสซิกา และพัฒนาศักยภาพการทําวิจัยการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพสําหรับประเทศไทย

กรมควบคุมโรค พ.ศ. 2561

แผนงานเพื่อศึกษาอุบัติการณ์การติดเชื้อไวรัสซิกา และพัฒนาศักยภาพ การทำวิจัยการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพสำหรับประเทศไทย

กรมควบคุมโรค พ.ศ. 2561

การพัฒนารูปแบบที่พึงประสงค์ของระบบป้องกันและควบคุมโรคเขตเมืองของประเทศไทย

พรทิพย์ ศิริภานุมาศ กรมควบคุมโรค พ.ศ. 2562

การดำเนินงานเฝ้าระวังโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาลชุมชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศไทย

เกษร แถวโนนงิ้ว พ.ศ. 2557