การพัฒนาองค์ความรู้ที่สำคัญเพื่อรองรับการนำเข้าและส่งออกสินค้ากุ้งทะเลแปรรูปของประเทศไทย: ผลกระทบของไวรัสมีชีวิตในสินค้ากุ้งทะเลนำเข้าและผลกระทบของอุณหภูมิการแปรรูปกุ้งต้มเพื่อการส่งออก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การนำเข้าวัตถุดิบกุ้งทะเลจากต่างประเทศมาแปรรูปในโรงงานเป็นผลิตภัณฑ์และส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศเพื่อรักษาตลาดส่งออกของประเทศไทย เป็นแนวทางหนึ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกุ้งทะเลไทยในสภาวะที่ผลผลิตกุ้งจากภายในประเทศมีปริมาณไม่เพียงพอ ดังนั้นการกำหนดมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการนำเข้าวัตถุดิบกุ้งแช่แข็งที่อาจปนเปื้อนเชื้อก่อโรคจึงมีความสำคัญ จากการตรวจตัวอย่างกุ้งแซ่แข็งนำเข้าซึ่งพบเชื้อไวรัสตัวแดงดวงขาว (WSSV) และไวรัสแคระแกร็น (เหงV) ในระดับต่างๆ ด้วยเทคนิคพีซีอาร์ งานวิจัยนี้จึงดำเนินการศึกษาผลกระทบของกุ้งแซ่แข็งนำเช้าที่ตรวจพบเชื้อก่อโรคไวรัสในกุ้ง โดยแยกการศึกษาเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 การทดสอบความสามารถในการถ่ายทอดเชื้อจากกุ้งแซ่แข็งนำเข้า โดยให้กุ้งชาวปลอดเชื้อได้รับเชื้อที่มาจากกุ้งแช่แข็งนำเข้าที่มีระดับเชื้อต่างกัน ด้วยวิธีการ กิน แซ่ และฉีด ผลการวิจัยพบว่าการให้กุ้งขาวปลอดเชื้อในประเทศกันกุ้งนำเข้าที่ติดเชื้อหรือการแช่กุ้งขาวปลอดเชื้อในประเทศในน้ำที่เติมเชื้อไวรัสที่เตรียมมาจากกุ้งน้ำเข้าติดเชื้อระดับกลาง (10-10% copies/ul) และต่ำ (<107 copies/pl) ไม่สามารถทำให้กังขาวปลอดเชื้อในประเทศติดเชื้อได้ อย่างไรก็ดีการฉีดเชื้อไวรัสตัวแดงดวงขาวที่เตรียมจากกุ้งแช่แข็งนำเข้าที่ติดเชื้อระดับสูง (>10 copies/ul) สามารถทำให้กุ้งขาวในประเทศติดเชื้อได้ แสดงให้เห็นว่าเชื้อไวรัสตัวแดวงขาวในกุ้งแช่แข็งนำเข้ายังมีชีวิตอยู่ แต่ไม่สามารถถ่ายทอดเชื้อไปสู่กุ้งปกติด้วยวิธีธธรรมชาติ เช่น การกินและการแชได้ ในขณะที่ไม่พบการเพิ่มจำนวนของไวรัสแคระแกรื่น ในการทดสอบกับกับกุ้งชาวปลอดเชื้อในประเทศ ส่วนที่ 2 ศึกษาความแตกต่างของสายพันธุ์และความรุนแรงของเชื้อจากกุ้งนำเข้าและเชื้อที่พบในประเทศไทย โดยเมื่อเปรียบเทียบสารพันธุกรรมของไวรัสทั้งสองชนิด พบว่าไวรัสตัวแดงดวงขาวในตัวอย่างกุ้งแช่แข็งนำเข้ามีความเหมือนกับไวรัสที่มาจากประเทศเปรูและเอกวาดอร์และแตกต่างจากสายพันธุ์ที่พบในประเทศไทย ทั้งนี้ไวรัสตัวแดงดวงขาวที่แยกมาจากตัวอย่างกุ้งแช่แข็งมีความรุนแรงมากว่าสายพันธุ์ไทยสำหรับไวรัสแคระแกร็น ที่พบในตัวอย่างกุ้งแช่แข็งนำเข้าจัดอยู่ในกลุ่ม แห่HHNV type m ขณะที่สายพันธุ์ในประเทศไทยเป็น IHHHNV type I การทดสอบความรุนแรงของไวรัสแคระแกร็น ทั้งสองสายพันธุ์พบว่า ไวรัสทั้งสองสายพันธุ์ไม่สามารถเพิ่มจำนวนในกุ้งขาวปลอดเชื้อในประเทศไทยได้ แสดงให้เห็นว่าสายพันธุ์กุ้งชาวในประเทศไทยอาจจะสามารถทนต่อเชื้อไวรัสแคระแกร็น ส่วนที่ 3 ศึกษากระบวนการแปรรูปกุ้งด้วยความร้อนโดยการต้มต่อความสามารถในการถ่ายทอดเชื้อไวรัสทั้งสองชนิดพบว่ากุ้งที่ต้มให้อุณหภูมิใจกลางตัวกุ้งถึง 70 2 หรือ 80 2 เป็นเวลา 11 11 วินาที สามาเชื้อไวรัสตัวแดงดวงขาวและเชื้อไวรัสแคระแกร็นได้โดยไม่มีการถ่ายทอดเชื้อไปสู่กุ้งปกติ จากผลงานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่ากุ้งแช่แข็งนำเข้าที่ตรวจพบเชื้อไวรัสตัวแดวงชาวในปริมาณที่ไม่สูงมาก (Ct สูงกว่า 20) ด้วยวิธี PCR มีความเสี่ยงต่ำที่จะแพร่เชื้อไปยังกังกังที่เลี้ยงในประเทศ ซึ่งสามารถนำข้อมูลนี้มาเป็นแนวทางในการกำหนดมาตรการเพื่อควบคุมการนำเข้าวัตถุดิบกุ้งแช่แข็งจากต่างประเทศ นอกจากนี้การแปรรูปกุ้งต้มแช่แข็งเพื่อการส่งออกของประเทศไทย ในกรณีที่วัตถุดิบกุ้งที่นำมาแปรรูปติดเชื้อไวรัสตัวแดงดวงชาวและไวรัสแคระแกร็น พบว่ากุ้งที่ต้มที่อุณหภูมิใจกลางตัวกุ้ง 70 C หรือ 80 C เป็นเวลา 11 วินาที ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่โรงงานห้องเย็นในประเทศไทยใช้อยู่ในปัจจุบันนั้น สามารถฆ่าเชื้อไวรัสตัวแดงดวงขาวและไวรัสแคระแกร็นได้คำสำคัญ: กุ้งแช่แข็งนำเข้า ความเสี่ยงในการถ่ายทอดเชื้อไวรัส ไวรัสตัวแดงดวงขาว ไวรัสแคระแกร็น สภาวะที่ใช้เตรียมกุ้งต้ม