การพัฒนาชุดตรวจภูมิคุ้มกันของโรคโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โรคอหิวาห์แอฟริกาในสุกรถือว่าเป็นหนึ่งในโรคที่ร้ายแรงมากที่สุดในสุกร มีการระบาดในหลายทวีปทั่วโลก เช่น แอฟริกา ยุโรป อเมริกาใต้ และล่าสุดประเทศในเอเชีย เช่น จีน เวียดนาม กัมพูชา เป็นต้น โรคนี้ก่อให้เกิดอัตราการป่วยตายในสุกรที่ไม่เคยได้รับเชื้อสูงเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ แม้จะมีรายงานถึงการระบาดภายในประเทศไทย แต่ก็มีความจำเป็นที่จะต้องมีการเฝ้าระวังการเคลื่อนย้ายสุกรระหว่างประเทศโดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านที่มีการระบาดของโรคเช่น ลาว กัมพูชา เวียดนาม โดยวิธีมาตรฐานที่ทำกันอยู่คือการตรวจหาเชื้อหรือแอนติเจน ซึ่งสุกรที่ติดเชื้อส่วนใหญ่มักจะตายภายใน 7 วันหลังแสดงอาการ แต่สามารถพบเชื้อสายพันธุ์รุนแรงต่ำได้ ซึงอาจทำให้เป็นพาหะของโรคได้ ดังนั้นการตรวจหาระดับของแอนติบอดี้ในร่างกายสุกรจึงมีความสำคัญในการคัดกรองสุกรก่อนนำเข้าประเทศ คัดกรองแม่สุกรสาวและลูกสุกรก่อนนำเข้าฝูงได้ งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการพัฒนาชุดทดสอบแบบ ELISA จากโปรตีน P30 ของเชื้อ ASFV ที่แยกได้จากเวียดนาม โดยทำการสร้างโปรตีน P30 ในแบคทีเรีย และนำมาทำเป็นชุดทดสอบเพื่อตรวจหาระดับของ IgG antibody ในสุกรที่ผ่านการติดเชื้อ ASFV ผลการทดลองพบว่าชุดทดสอบจาก P30 (AK-ASF-P30 ELISA) สามารถนำมาใช้ในการตรวจหาสุกรที่ผ่านการติดเชื้อ ASF ได้ และเมื่อเปรียบเทียบความไวและความจำเพาะกับชุดทดสอบทางการค้า 2 ชนิด พบว่าชุดทดสอบ AK-ASK-P30 ELISA มีความไวและจำเพาะต่อชุดทดสอบ Ingezim ASF ELISA kit เท่ากับ 88.6% และ 100% ตามลำดับ และชุดทดสอบ AK-ASK-P30 ELISA มีความไวและความจำเพาะต่อชุดทดสอบ ID screen ASF Indirect เท่ากับ 97.5% และ 100% ตามลำดับ