กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ประเทศไทยจัดได้ว่าเป็นแหล่งผลิตสุกรที่สำคัญแหล่งหนึ่งของโลก ในการเลี้ยงสุกรในประเทศไทยนั้นพบปัญหาโรคระบาดสำคัญได้แก่ การติดไวรัสพีอีดีที่ก่อให้เกิดอาการท้องเสียรุนแรงในสุกรโดยเฉพาะลูกสุกรที่กำลังอยู่ในวัยดูดนม สุกรที่ติดเชื้อจะอาการถ่ายเป็นน้ำและมักเสียชีวิตจากการสูญเสียน้ำและอิเลกโตรไลท์ (50-100% สำหรับลูกสุกรวัยดูดนม) การติดเชื้อมีการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วผ่านทางการสัมผัสหรือกินอุจจาระที่มีเชื้อปนเปื้อน โรคนี้ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะและยังไม่มีวิธีรักษาโดยตรงนอกจากการดูแลรักษาตามอาการ การป้องกันการติดไวรัสพีอีดีด้วยวัคซีนเป็นทางเลือกที่ได้รับการศึกษาอย่างมาก ปัจจุบันมีวัคซีนชนิดเชื้อเป็นจากประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีจำหน่าย แต่วัคซีนเหล่านั้นยังไม่สามารถกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันได้ครอบคลุม โดยเฉพาะในประเทศไทยเนื่องจากยังพบการติดเชื้อในลูกสุกรที่ได้รับวัคซีน ทั้งนี้สายพันธุ์ของไวรัสที่พบในประเทศไทยนั้น มีความแตกต่างทางพันธุกรรมจากสายพันธุ์ที่พบในประเทศอื่นในภูมิภาค ซึ่งการที่วัคซีนในปัจจุบันยังไม่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้อย่างครอบคลุมอาจเป็นเพราะโปรตีนแอนติเจนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะใช้เป็นวัคซีนไวรัสพีอีดี ยังไม่ถูกค้นพบผ่านกระบวนการศึกษาแบบดั้งเดิม ทางกลุ่มวิจัยมีความสนใจศึกษาพัฒนาวัคซีนเพื่อป้องกันไวรัสพีอีดี โดยใช้กลยุทธ์วัคซีนวิทยาย้อนกลับ (reverse vaccinology) ซึ่งจะใช้เครื่องมือทางชีวสารสนเทศศาสตร์มาทำการวิเคราะห์จีโนมของไวรัสพีอีดี เพื่อทำการคัดเลือกเอปิโทป (epitope) ที่สามารถกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกัน จากนั้นจึงนำเอปิโทปที่คัดเลือกได้ไปทดสอบเพื่อพัฒนาเป็นซับยูนิตวัคซีนต่อไป ทั้งนี้หากมีการพัฒนาและผลิตวัคซีนสำหรับใช้ได้ในประเทศนอกจากจะช่วยลดความสูญเสียจากการเกิดโรค ทั้งในเชิงชีวิตสุกรและเศรษฐกิจ ยังสามารถช่วยลดการนำเข้าวัคซีนจากต่างประเทศ อีกทั้งมีแนวโน้มที่สามารถส่งขายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะมีผลกระทบอย่างสูงต่อการพัฒนาเกษตรกรรมการเลี้ยงสุกร และส่งเสริมการส่งออกทั้งสุกรและวัคซีนอีกด้วย