การพัฒนาวิธีตรวจหาซีรัมนิวทรัลไลซิงแอนติบอดีต่อไวรัสพีพีอาร์ด้วยเทคนิคซูโดไทป์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ปัจจุบัน แผนการเฝ้าระวังการติดเชื้อไวรัสพีพีอาร์ในประเทศไทย โดยกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทำโดยการตรวจคัดกรองการมียู่ของแอนติบอดีต่อไวรัสพีพีอาร์ด้วยชุดตรวจอีไลซาที่อาศัยหลักการของการแข่งขันระหว่างแอนติบอดีควบคุมบวก และแนติบอดีต่อไวรัสในตัวอย่างซีรัมส่งตรวจ(competitive ELISA) ชุดตรวจอีไลซานี้ แม้มีความไว (sensitivity) และความจำเพาะ specificity) ในการตรวจที่สูง แต่ก็มีหน้าต่างของความไม่แน่นอน (inconclusive readout) เมื่ออ่านค่าได้ระหว่างร้อยละ 50 ถึง 60 เมื่อเปรียบเทียบกับแอนติบอดีตัวควบคุมบวก ซึ่งตัวอย่างที่อ่านค่าได้ไม่แน่นอนเหล่านี้ จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยยืนยันด้วยการตรวจหาชีรัมนิวทรัลไลชิงแอนติบอดี ซึ่งเป็นก ารตรวจมาตรฐานสูงสุด (gold standard) ตามคู่มือของ OE แต่วิธีการนี้มีขั้นตอนการปฏิบัติการที่ยุ่งยาก ต้องใช้งานไวรัสพีพีอาร์ที่มีชีวิต ซึ่งประเทศไทยไม่มีการถือครอง และยังจำเป็นต้องทำในห้องปฏิบัติการที่ระดับความปลอดภัยทางชีวภาพระดับสาม โครงการวิจัยนี้จึงได้พัฒนาพีพีอาร์ตูโดไทป์บนแกนกลางของรีคอมบิแนนท์วีเอสวีไวรัสขึ้นมาเพื่อใช้แทนไวรัสที่มีชีวิต และพัฒนาต่อยอดขึ้นเป็นวิธีการตรวจหาซีรัมนิวทรัสไลซิงแอนติบอดีด้วยซูโดไทป์โดยใช้งานร่วมกับเซลล์เป้าหมาย HEK293 ที่แสดงออกตัวรับ dogsLAM พีพีอาร์ซูโดไทป์ที่สร้างได้มีไตเตอร์เฉลี่ยอยู่ที่ 5.45x10^4 TCID:/มิลลิลิตร สามารถตรวจการติดเชื้อเข้าเซลล์โดยการแสดงออกของกรีนฟลูออเรสเซนท์ โปรตีนภายใต้กล้องจุลทรรศน์ฟลูออเรสเซนส์ชนิดหัวกลับภายใน 48 ชั่วโมง ซึ่งใช้เวลาสั้นกว่าการอ่านผลด้วยพยาธิสภาพของเซลล์ที่ติดเชื้อด้วยไวรัสที่มีชีวิตประมาณ 7 เท่า (14 วัน/) เมื่อเปรียบเทียบการชุดสำเร็จไอดี สกรีน พีพีอาร์ คอมเพทิชั่นที่ใช้ตรวจหาแอนติบอดีต่อไวรัสพีพีอาร์ในปัจจุบัน จากตัวอย่างซีรัมแพะจำนวน 115 ตัวอย่างพบว่ามี 12 ตัวอย่างที่ให้ผลบวกตรงกันทั้งสองวิธีและ 64 ตัวอย่างที่ให้ผลลบตรงกันทั้งสองวิธี แต่มี 38 ตัวอย่างที่แสดงผลบวกด้วยชุดตรวจอีไลซาแต่แสดงผลลบด้วยวิธีซีรัมนิวทรัลไลเซชั่นด้วยซูโดไทป์ และสามารถตรวจพบนิวทรัลไลซิงแอนติบอดีในหนึ่งตัวอย่างที่แสดงผลไม่แน่นอนด้วยวิธีอีไลซา คิดเป็นความจำเพาะและความไวทางการวินิจฉัยอยู่ที่ร้อยละ 100 และร้อยละ 24 ตามลำดับและมีค่าทำนายผลบวก และค่าทำนายผลลบที่ร้อยละ 100 และร้อยละ 62.75 ตามลำดับ โดยค่าร้อยละการกีดขวางที่อ่านได้จากวิธีอีไลซาและแอนติบอดีไตเตอร์ที่วัดได้จากจากวิธีซีรัมนิวทรัสไลเซชั่นด้วยเทคนิคซีโดไทป์มีความสัมพันธ์เชิงลบระดับปานกลางอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Pearson r = -0.3979 ถึง -0.5786) โดยสรุป วิธีการตรวจหาตรวจหาซีรัมนิวทรัสไลเขชั่นด้วยเทคนิคซูโดไทป์ที่พัฒนาขึ้นนี้แสดงความจำเพาะสูงแต่ความไวต่ำ ควรต้องมีการตรวจยืนยันสถานะของตัวอย่างที่แสดงผลบวกด้วยวิธีอีไลซาแต่แสดงผลลบด้วยวิธีที่พัฒนาขึ้นด้วยการตรวจหาซีรัมนิวทรัลไลซิงแอนติบอดีด้วยไวรัสพีพีอาร์ที่มีชีวิตเพื่อประเมินประสิทธิภาพที่แท้จริงของวิธีการตรวจที่พัฒนาขึ้นก่อนจะสามารถนำไปใช้วินิฉฉัยยืนยันการสัมผัสไวรัสพีพีอาร์ในตัวอย่างที่แสดงผลไม่แน่นอนและผลบวกด้วยวิธีอีไจซาได้อย่างมั่นใจต่อไป