Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2563

การพัฒนาสาหร่ายสไปรูลิน่าเพื่อเพิ่มมูลค่าเป็นชีวผลิตภัณฑ์ตามกรอบแนวคิดแบบครบวงจร : ไฟโคไซยานินและเซลล์ที่เหลือทิ้ง

วนิดา ปานอุทัย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ไฟโคไซยานิน (C-phycocyanin, C-PC) สารสีฟ้าที่ละลายน้ำได้ สามารถสกัดได้จากสาหร่ายสไปรูลิน่าซึ่งเป็นสาหร่ายขนาดเล็ก การพัฒนาไฟโคไซยานินนาโนแคปซูลเอนแคปซูเลชั่นโดยใช้การทำแห้งแบบพ่นฝอยขนาดเล็ก โดยทำการแปรผันชนิดและสัดส่วนของวัสดุห่อหุ้ม การใช้สภาวะที่ประกอบด้วยวัสดุห่อหุ้มทั้งมอลโตเด็กซ์ตริน กัมอารามบิก และเวย์โปรตีนไอโซเลทที่สัดส่วนเท่ากันเป็นสภาวะที่เหมาะสม ส่งผลให้มีค่าประสิทธิภาพในการห่อหุ้ม 100% และสามารถปลดปล่อยไฟโคไซยานินภายใต้สภาวะจำลองระบบการย่อยได้สูงสุดที่เวลา 240 นาที นอกจากนี้เซลล์สาหร่ายสไปรูลิน่าที่เหลือจากการสกัดไฟโคไซยานินใช้เป็นแหล่งอาหารเสริมในการเพาะเลี้ยง Cordyceps militaris เพื่อทดแทนการใช้ไหมอีริในเชิงพาณิชย์และผลิตสารสำคัญได้ปริมาณสูง รวมทั้งเพิ่มความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยการใช้เซลล์สาหร่ายสไปรูลิน่าที่เหลือปริมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ สามารถผลิตสารสำคัญคอร์ไดเซปินได้สูงสุด 3,287.27 มก.ต่อ 100 กรัมน้ำหนักแห้ง และรองลงมาเป็นสูตรที่ใช้กากชีวมวลสาหร่ายอบแห้ง 2.5 เปอร์เซ็นต์ ได้คอร์ไดเซปิน 3,223.67 มก.ต่อ 100 กรัมน้ำหนักแห้ง เมื่อเปรียบเทียบกับสูตรอาหารเปิดดอกที่ใช้ดักแด้ไหมอีรี่ 50 กรัมต่อลิตร ได้คอร์ไดเซปิน 1,490.71 มก.ต่อ 100 กรัมน้ำหนักแห้ง จากการศึกษาศักยภาพของเซลล์สาหร่ายสไปรูลิน่าที่เหลือทิ้งเพื่อเป็นแหล่งอาหารสำหรับการหมักกรดแลคติก พบว่ามีการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ Bacillus coagulans เพิ่มขึ้นภายในระยะเวลาการเพาะเลี้ยง มีค่าอยู่ในช่วง 7.6 – 9.5 log CFU/ml แต่ยังมีการผลิตกรดแลคติกต่ำ โดยมีค่ากรดแลคติก 27 กรัมต่อลิตร เมื่อใช้สาหร่ายสไปรูลิน่าเหลือทิ้ง 20 กรัมต่อลิตร จึงไม่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในระดับอุตสาหกรรมการผลิตกรดแลคติกได้ ซึ่งเกิดจากการใช้สาหร่ายสไปรูลิน่าเหลือทิ้งหรือการเตรียมสาหร่ายสไปรูลิน่าเหลือทิ้งก่อนการหมัก รวมทั้งการคัดเลือกสายพันธุ์ของจุลินทรีย์ผลิตกรดแลคติกไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตามเซลล์สาหร่ายสไปรูลิน่าที่เหลือจากกระบวนการสกัดไฟโคไซยานินสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการเป็นส่วนประกอบหรือสารสำคัญที่มีมูลค่าเพิ่มได้ดังเช่น การใช้เป็นอาหารเสริมในการเพาะเลี้ยงเห็ดถั่งเช่า ซึ่งยังเป็นไปตามแนวคิดขยะเหลือศูนย์หรือ zero-waste

คำสำคัญ

cordycepinSpirulinaphycocyaninBiorefinerybioproductsSpirulina cell residues

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การผลิตวัสดุชีวภาพจากพอลิไฮดรอกซีอัลคาโนเอต และการประยุกต์ใช้สำหรับการกรองแบคทีเรียและน้ำเสียจากแหล่งชุมชน

กนกพร สังขรักษ์ มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2564

การสังเคราะห์สารผลิตภัณฑ์ธรรมชาติกลุ่มสเตโมเอไมด์และควิโนลิซิดีน

พัลลภ คันธิยงค์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2555

การผลิตโอลิโกเปปไทด์ที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพจากกากงาดำหมักชีวภาพ สำหรับใช้เป็นสารประกอบมูลค่าสูงในผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนัก

คงศักดิ์ บุญยะประณัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2564

การประยุกต์ใช้สะไตรีนมาเลอิกแอนไฮไดรด์โคพอลิเมอร์ สำหรับการสกัดสารประกอบทีมีฤทธิ์ทางชีวภาพจากพืช

พัชรา ปัญญามูลวงษา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พ.ศ. 2560

การพัฒนาการใช้ประโยชน์จากชานอ้อยสำหรับผลิตภัณฑ์วัสดุชีวภาพ

ปฐมา จาตกานนท์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2560

การสังเคราะห์สารผลิตภัณฑ์ธรรมชาติชุลเซอีนและอนุพันธ์

พัลลภ คันธิยงค์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2553

การเตรียมและสมบัติของโครงสร้างเลี้ยงเซลล์ที่มีความเข้ากันได้ทางชีวภาพเตรียมจากพอลิแลคติคแอสิด/ไคโตซาน/ผงขี้เลื้อย

วราภรณ์ ตันรัตนกุล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2560

การผลิตเมล็ดเจลนาโนชนิดไบโอพอลิเมอร์/ไฮดรอกซีอะพาไทท์ เพื่อการตรึงเอนไซม์

โชคชัย วนภู มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2556

การพัฒนากระบวนการคอมพาวด์เพื่อการผลิตคอมพอสิทชีวภาพจากพอลิแลกติกแอซิดและเส้นใยนาโนเซลลูโลส และสมบัติของคอมพอสิทดังกล่าว

กัลยาณี สิริสิงห มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2560

การใช้เซลลูโลสจากผักตบชวาเพื่อพัฒนาเป็นวัสดุเชิงประกอบชีวภาพเพื่อการบำบัดน้ำเสีย

เพ็ญวิสาข์ พิสิฏฐศักดิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2562