การพัฒนาความรู้ในเนื้อหาผนวกวิธีสอนสะเต็มศึกษาของครูวิทยาศาสตร์โดยใช้การศึกษาบทเรียนร่วมกัน เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมในศตวรรษ
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ งานวิจัยนี้อยู่ภายในแนวคิดสรรคนิยม โดยใช้รูปแบบการวิจัยแบบพหุกรณี เป็นพื้นฐานในการศึกษาว่า การศึกษาบทเรียนร่วมกันช่วยพัฒนาความรู้ในเนื้อหาผนวกวิธีสอนสะเต็มศึกษาของนิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพวิชาวิทยาศาสตร์ได้อย่างไร กลุ่มเป้าหมายได้แก่ นิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 4 คน รวมทั้งอาจารย์พี่เลี้ยง 4 คน และอาจารย์นิเทศก์จากคณะศึกษาศาสตร์ 3 คน ซึ่งได้รับมอบหมายให้นิเทศนิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพในโรงเรียน คำถามวิจัยหลักคือ การศึกษาบทเรียนร่วมกันช่วยส่งเสริมให้นิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูพัฒนาความรู้ในเนื้อหาผนวกวิธีสอนสะเต็มศึกษาได้อย่างไร คำถามวิจัยย่อยที่ช่วยนำสู่การตอบคำถามวิจัยหลัก ได้แก่ 1) ความรู้ในเนื้อหาผนวกวิธีสอนสะเต็มศึกษาของนิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูก่อนเข้าร่วมการศึกษาบทเรียนร่วมกันเป็นอย่างไร 2) ความรู้ในเนื้อหาผนวกวิธีสอนสะเต็มศึกษาของนิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรเมื่อเข้าร่วมการศึกษาบทเรียนร่วมกัน และ 3) การศึกษาบทเรียนร่วมกันส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงความรู้ในเนื้อหาผนวกวิธีสอนสะเต็มศึกษาของนิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูได้อย่างไร กรอบแนวคิดเกี่ยวกับความรู้ในเนื้อหาผนวกวิธีสอนสะเต็มศึกษาปรับจาก Magnusson, Krajcik, and Borko (1999) and Hanuscin, Cisterna, and Lipsitz (2018) ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 4 ด้าน และองค์ประกอบย่อย 16 ด้าน ส่วนกรอบแนวคิดเกี่ยวกับการศึกษาบทเรียนร่วมกันปรับจาก Lewis and Hurd (2011) and Stepanek, Appel, Leong, Mangan, and Mitchell (2007) การเก็บรวบรวมข้อมูลนำมาจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย ได้แก่ Content representations tools (CoRes) แผนการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา แบบสังเกตการเรียนรู้ของนักเรียน แบบการสังเกตการประชุมกลุ่มวิจัย แบบสังเกตการอภิปรายการเรียนรู้ของนักเรียน และแบบสัมภาษณ์เชิงลึก เพื่อให้ได้การเก็บรวบรวมข้อมูลมีความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาได้วิเคราะห์โดยใช้การวิเคราะห์เชิงพรรณนา (Descriptive analysis) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ ก่อนเข้าร่วมการศึกษาบทเรียนร่วมกัน นิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพมีความเข้าใจความรู้ในเนื้อหาผนวกวิธีสอนสะเต็มศึกษาในด้านความเข้าใจของผู้เรียนและด้านหลักสูตรน้อยที่สุด ซึ่งน้อยกว่าด้านการจัดการเรียนรู้และด้านการประเมิน ในการเปลี่ยนแปลงความเข้าใจความรู้ในเนื้อหาผนวกวิธีสอนสะเต็มศึกษาพบว่า ไม่มีแบบรูปที่แน่นอน เนื่องจากสาเหตุหลายประการ ทั้งประสบการณ์การสอนสะเต็มศึกษา และความมั่นใจของครูในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา การเข้าร่วมกิจกรรมในแต่ละขั้นตอนของการศึกษาบทเรียนร่วมกันไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันการพัฒนาความรู้ในเนื้อหาผนวกวิธีสอนสะเต็มศึกษาของนิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู อย่างไรก็ตาม การสะท้อนการเรียนรู้ของนักเรียนหลังจากการนำแผนการจัดการเรียนรู้ไปใช้นั้น เป็นช่องทางหลักที่ช่วยให้นิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพได้เรียนรู้และพัฒนาความเข้าใจความรู้ในเนื้อหาผนวกวิธีสอนสะเต็มศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านความเข้าใจของนักเรียนและการจัดการเรียนรู้ ทั้งนี้ นิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพจะพัฒนาความเข้าใจของตนเองก็ต่อเมื่อนำข้อมูลที่เรียนรู้ระหว่างการสะท้อนการเรียนรู้ของนักเรียนไปปฏิบัติในชั้นเรียนของตนเอง เนื่องจากการจัดกลุ่มสมาชิกของการศึกษาบทเรียนร่วมกันเกิดขึ้นหลังจากที่กลุ่มเป้าหมายได้วางแผนการนิเทศร่วมกันแล้ว ส่งผลให้สมาชิกทุกคนไม่สามารถเข้าร่วมทุกขั้นตอนของการศึกษาบทเรียนร่วมกันได้ ดังนั้น การจัดกลุ่มสมาชิกของการศึกษาบทเรียนร่วมกันควรเกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของการวางแผนการนิเทศ เพื่อช่วยให้สมาชิกทุกคนเรียนรู้ร่วมกันในทุก ๆ ขั้นตอนของการศึกษาบทเรียนร่วมกัน เนื่องจากข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์การเรียนรู้ของนักเรียนนั้นเป็นผลการสังเกตที่เก็บรวบรวมข้อมูลโดยผู้สังเกตชั้นเรียน เพื่อให้ได้รับข้อมูลจากนักเรียนในฐานะเป้าหมายของการศึกษาบทเรียน งานวิจัยครั้งต่อไปควรเก็บรวบรวมข้อมูลการเรียนรู้ของนักเรียนโดยให้นักเรียนเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งข้อมูล จะช่วยให้ครูสามารถปรับกิจกรรมการเรียนรู้ได้สอดคล้องกับการเรียนรู้ของนักเรียนตามมุมมองของครูผู้สังเกตและนักเรียนผู้เรียนรู้ได้อย่างครบถ้วน นอกจากความรู้ในเนื้อหาผนวกวิธีสอนสะเต็มศึกษาจะจำเพาะกับเนื้อหาที่สอนแล้ว ยังมีความจำเพาะกับลักษณะสำคัญของกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาอีกด้วย