การพัฒนาการเรียนการสอน โดยใช้แนวคิดสะเต็มศึกษา (STEM Education) ผ่านแหล่งเรียนรู้ในจังหวัดลำปาง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอนตามแนวทางสะเต็มศึกษาผ่านแหล่งเรียนรู้ในจังหวัดลำปาง 2) เพื่อศึกษาเจตคติต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาผ่านแหล่งเรียนรู้ในจังหวัดลำปาง กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ครูวิทยาศาสตร์ ที่จัดการเรียนการสอนในระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ในเขตพื้นที่จังหวัดลำปาง จำนวน 5 โรงเรียน รวมทั้งหมด 13 คน ซึ่งได้มาจากวิธีการรับสมัคร และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ในเขตอำเภอเมือง อำเภองาว อำเภอเมืองปาน อำเภอเสริมงาม และ อำเภอวังเหนือ ของจังหวัดลำปาง โรงเรียนละ 1 ห้อง รวมเป็น 5 ห้องเรียน รวมทั้งหมด 110 คน ซึ่งได้มาจากวิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาผ่านแหล่งเรียนรู้ 4 แหล่งในจังหวัดลำปาง จำนวน 4 แผน ๆ ละ 3 ชั่วโมง รวมเป็นเวลา 12 ชั่วโมง 2) แบบวัดระดับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาผ่านแหล่งเรียนรู้ในจังหวัดลำปางของครู แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 10 ข้อ 3) แบบวัดเจตคติต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียน แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับของ Likert จำนวน 15 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่า t-test ผลการวิจัย พบว่า 1) ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้มีค่าเท่ากับ 80.12/85.90 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 80/80 2) ระดับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาผ่านแหล่งเรียนรู้ในจังหวัดลำปางของครู อยู่ในระดับ มากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.61 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.52 และ 3) การเปรียบเทียบเจตคติต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียนก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาผ่านแหล่งเรียนรู้ในจังหวัดลำปาง พบว่า หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01