การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อส่งเสริมผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา จังหวัดลำปาง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ ได้แก่ 1) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อส่งเสริมผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในโรงเรียนขยายโอกาส จังหวัดลำปาง 2) เพื่อศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่พัฒนาขึ้น และ 3) เพื่อสังเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้เชิงรุก กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย 1) ครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา จังหวัดลำปาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปางเขต 1-3 ทุกโรงเรียนจำนวนทั้งสิ้น 65 โรงเรียนซึ่งเข้าร่วมการวิจัยโดยสมัครใจ รวมจำนวนทั้งสิ้น 52 คน 2) นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เป็นนักเรียนในชั้นเรียนที่ครูที่สมัครใจเป็นกลุ่มตัวอย่างทั้ง 52 โรงเรียน จำนวน 809 และ 3) ศึกษานิเทศก์สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่รับผิดชอบโรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย แบบประเมินความสามารถในการออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู แบบประเมินความสามารถการใช้สื่อมัลติมีเดียเชิงรุก แบบประเมินสมรรถนะการวัดและประเมินผลการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ของครู แบบทดสอบที่เทียบเคียงกับแบบทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (ONET-Like) ที่ครูสร้างขึ้น และแบบบันทึกผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้เปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยผลการประเมินความสามารถของครู และเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยผลการประเมินความรู้ความเข้าใจของนักเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ก่อนและหลังการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่คณะผู้วิจัยพัฒนาขึ้น ด้วยการวิเคราะห์ค่า t-test dependent ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้1. ผลการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อส่งเสริมผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา จังหวัดลำปาง พบว่า รูปแบบการเรียนรู้เชิงรุกที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ 1) เป้าหมาย 2) หลักการ 3) กระบวนการจัดการเรียนรู้ 4) ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการจัดการเรียนรู้เชิงรุก และ 5) ผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ 2. ผลการศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อส่งเสริมผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในโรงเรียนขยายโอกาส จังหวัดลำปาง พบว่า 1) ผลการประเมินความสามารถของครู ในการออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ของครูตามหลักสูตรตามแนวการเรียนรู้เชิงรุกในภาพรวมมีค่าเฉลี่ยคะแนนผ่านเกณฑ์เกินร้อยละ 90 ส่วนความสามารถในการใช้สื่อมัลติมีเดียและสมรรถนะการวัดและประเมินผลการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ หลังใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกสูงกว่าก่อนใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ผลการพัฒนาความรู้ความเข้าใจของผู้เรียน พบว่า คะแนนเฉลี่ยวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนในภาพรวมทั้ง 3 สาระที่ใช้สอบ ONET หลังใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกสูงกว่าก่อนใช้รูปแบบการเรียนรู้เชิงรุกที่พัฒนาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.013. ผลการวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อส่งเสริมผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในโรงเรียนขยายโอกาส จังหวัดลำปาง พบว่า ในภาพรวมครูมีความคิดเห็นว่าปัจจัยทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยระดับองค์กร และปัจจัยจากหน่วยงานภายนอกส่งผลต่อประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในระดับมากขึ้นไปทุกด้านและทุกประเด็น (ค่าเฉลี่ยมากกว่า 3.51)คำสำคัญ รูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก การพัฒนาผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา