การพัฒนาความรู้ในเนื้อหาบูรณาการวิธีสอนของครูวิทยาศาสตร์ประจำการในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา: พหุกรณีศึกษา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ประเทศไทยมีการเพิ่มจำนวนโรงเรียนที่มีลักษณะเป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษามากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ครูประจำการระดับประถมศึกษาต้องมีบทบาทและภาระในการจัดการเรียนการสอนในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ซึ่งปัญหาที่พบก็คือ ครูประถมศึกษาในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจำนวนมากไม่มีวุฒิการศึกษาด้านการสอนวิทยาศาสตร์ โดยมีไม่ถึงร้อยละ 5 ที่มีวุฒิการศึกษาโดยตรงด้านการสอนวิทยาศาสตร์ ดังนั้นการพัฒนาความรู้ในเนื้อหาบูรณาการวิธีสอนของครูวิทยาศาสตร์ประจำการในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาในประเทศไทยจึงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะความรู้ในเนื้อหาบูรณาการวิธีสอนเป็นความรู้สำคัญที่จะช่วยให้ครูผู้สอนสามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โครงการวิจัยนี้จึงเกิดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อพัฒนาโปรแกรมพัฒนาวิชาชีพครูที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาความรู้ในเนื้อหาบูรณาการวิธีสอนของครูประจำการชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา 2) ศึกษาผลของโปรแกรมพัฒนาวิชาชีพครูที่พัฒนาขึ้นที่มีต่อการพัฒนาความรู้ในเนื้อหาบูรณาการวิธีสอนของครูประจำการชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา และ 3) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาความรู้ในเนื้อหาบูรณาการวิธีสอนของครูประจำการชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ระเบียบวิธีวิจัยที่ใช้ในงานวิจัยนี้ คือ พหุกรณีศึกษา (Multi-case study) โดยมีผู้เข้าร่วมการวิจัยเป็นครูวิทยาศาสตร์ประจำการสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐมเขต 1 จำนวน 6 คน วิธีการที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ การสนทนากลุ่มผู้เชี่ยวชาญ การสังเกตการจัดการเรียนรู้ แบบบันทึกการประชุมสะท้อนความคิด และการเก็บรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพที่ได้ด้วยวิธีการเปรียบเทียบซ้ำแล้วซ้ำอีก (Constant Comparative Method) (Glaser & Strauss, 1967) ผลการวิจัยพบว่า โปรแกรมพัฒนาวิชาชีพครูเน้นความรู้ในเนื้อหาบูรณาการวิธีสอนส่งเสริมให้ครูผู้เข้าร่วมการวิจัยทุกคนได้พัฒนาความรู้ที่เป็นองค์ประกอบของความรู้ในเนื้อหาบูรณาการวิธีสอนดังนี้ ผู้เข้าร่วมการวิจัยได้พัฒนาความรู้เกี่ยวกับผู้เรียนและการเรียนรู้ (Knowledge of learners and learning) ได้เป็นอย่างดี จากการลงมือปฏิบัติเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับแนวคิดเดิมของผู้เรียนในเรื่อง แรงในชีวิตประจำวัน โดยการสัมภาษณ์แบบใช้ลายเส้นประกอบ (IAI) ทำให้ผู้เข้าร่วมการวิจัยได้พัฒนาความรู้เกี่ยวกับผู้เรียนและการเรียนรู้ ผู้เข้าร่วมการวิจัยได้พัฒนาความรู้เกี่ยวกับหลักสูตร (Knowledge of curriculum) ผ่านกิจกรรมวิเคราะห์ตัวชี้วัด ซึ่งผู้เข้าร่วมการวิจัยต้องอ่านและวิเคราะห์ตัวชี้วัดในมาตรฐานต่างๆ ของกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เพื่อนำมาออกแบบคำถามสัมภาษณ์แนวคิดเดิมของผู้เรียน และได้วิเคราะห์ตัวชี้วัดในมาตรฐานที่เกี่ยวข้องในกิจกรรมการออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ความรู้เดิมของผู้เรียนเป็นฐาน ผู้เข้าร่วมการวิจัยได้พัฒนาความรู้เกี่ยวกับวิธีสอน (Knowledge of pedagogy) ผ่านกิจกรรมการออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ความรู้เดิมของผู้เรียนเป็นฐาน ซึ่งผู้เข้าร่วมการวิจัยต้องเลือกหรือออกแบบวิธีการนำเสนอและกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ ที่คิดว่าจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงแนวคิดเดิมที่เป็นแนวคิดทางเลือกให้เป็นแนวคิดทางวิทยาศาตร์ที่ถูกต้องได้ นอกจากนั้นครูผู้เข้าร่วมการวิจัยต้องเลือกหรือออกแบบวิธีการ เครื่องมือ และเกณฑ์การประเมินผลการเรียนรู้ ซึ่งทำให้ได้พัฒนาความรู้เกี่ยวกับการประเมินผลการเรียนรู้ (Knowledge of assessment) ผู้เข้าร่วมการวิจัยได้พัฒนาจุดมุ่งหมายในการจัดการเรียนรู้ (Orientation towards teaching) ของตนเองโดยคำนึงถึงความสำคัญของแนวคิดเดิมของผู้เรียนมากขึ้น และจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (Constructivism) มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาหนึ่งที่พบก็คือ ผู้เข้าร่วมการวิจัยส่วนหนึ่งไม่สามารถบูรณาการวิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรมสาสตร์ (Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathematics) เพื่อให้เกิดการสอนแบบสะเต็มศึกษา (STEM education) ได้ เนื่องจากมองศาสตร์ทั้งสี่นี้แบบแยกส่วน สิ่งนี้ทำให้ผู้เข้าร่วมการวิจัยไม่สามารถจัดการเรียนรู้ STEM เน้นความรู้ในเนื้อหาบูรณาการวิธีสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยภาพรวม ผู้เข้าร่วมการวิจัยได้พัฒนาความรู้ในเนื้อหาบูรณาการวิธีสอน STEM (STEM Pedagogical content knowledge) ผ่านการบูรณาการองค์ประกอบความรู้ต่างๆ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นผ่านกิจกรรมการออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ STEM ที่ใช้ความรู้เดิมของผู้เรียนเป็นฐาน (PCK-based lesson plan) และการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหาเข้ากับวิธีสอน STEM (STEM PCK-based teaching) ที่บรรจุไว้โปรแกรมพัฒนาวิชาชีพครูเน้นความรู้ในเนื้อหาบูรณาการวิธีสอน STEM อย่างไรก็ตาม ในการปฏิบัติการสอนจริงในชั้นเรียนครูผู้เข้าร่วมการวิจัยจะยังมีข้อที่ควรพัฒนาเกี่ยวกับทักษะการใช้คำถาม ทักษะการใช้สื่อ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เป็นต้น นั่นเป็นเพราะการพัฒนาความรู้ในเนื้อหาบูรณาการวิธีสอนต้องอาศัยเวลาในการพัฒนาพอสมควร ไม่อาจพัฒนาได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ และต้องผ่านกระบวนการวางแผน (preparation) จัดการเรียนรู้ตามแผน (teaching) และสะท้อนคิด (Reflection) โดยทุกขั้นตอนต้องคำนึงถึงการพัฒนาองค์ประกอบของความรู้ในเนื้อหาบูรณาการวิธีสอนและการบูณาการทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกันเพื่อก่อให้เกิดเป็นของความรู้ในเนื้อหาบูรณาการวิธีสอน STEM นอกจากนั้นควรมีการเพิ่มกิจกรรมสำคัญก็คือ การสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้วิชาชีพ (Professional Learning Community; PLC) เข้าไปในโปรแกรมพัฒนาวิชาชีพครูเน้นความรู้ในเนื้อหาบูรณาการวิธีสอน STEM เพื่อสร้างชุมชนที่จะมีความตระหนักในการแก้ปัญหาของผู้เรียนร่วมกัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ซึ่งจะทำให้เกิดความยั่งยืนในการพัฒนาความรู้ในเนื้อหาบูรณาการวิธีสอน STEM ได้