การพัฒนาหน่วยการเรียนรู้แบบบูรณาการกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมโดยใช้แนวคิดทฤษฎีไตรอาร์ขิก เพื่อพัฒนาการคิดอย่างเป็นระบบของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) พัฒนารูปแบบหน่วยการเรียนรู้แบบบูรณาการกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมโดยใช้แนวคิดทฤษฎีไตรอาร์ขิก เพื่อพัฒนาการคิดอย่างเป็นระบบของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (2) ประเมินคุณภาพของรูปแบบหน่วยการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น โดยพิจารณาจาก (2.1) การเปรียบเทียบความสามารถด้านการคิดอย่างเป็นระบบของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนสังคมศึกษาโดยใช้หน่วยการเรียนรู้แบบบูรณาการกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมโดยใช้แนวคิดทฤษฎีไตรอาร์ขิก เพื่อพัฒนาการคิดอย่างเป็นระบบที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น ก่อนและหลังเรียน (2.2) การเปรียบเทียบความสามารถด้านการคิดอย่างเป็นระบบของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ระหว่างกลุ่มที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนสังคมศึกษาโดยใช้หน่วยการเรียนรู้แบบบูรณาการกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมโดยใช้แนวคิดทฤษฎีไตรอาร์ขิก เพื่อพัฒนาการคิดอย่างเป็นระบบ และกลุ่มที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนสังคมศึกษาโดยใช้แผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบปกติ และ (2.3) ความพึงพอใจและความคิดเห็นของครูผู้สอนวิชาสังคมศึกษาเกี่ยวกับหน่วยการเรียนรู้แบบบูรณาการกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม การดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 วิเคราะห์สาระสำคัญของแนวคิดทฤษฎีไตรอาร์ขิกเพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบกระบวนการจัดการเรียนการสอน สังเคราะห์รูปแบบกระบวนการจัดการเรียนการสอนและขั้นตอนการจัดการเรียนการสอนเพื่อนำมาออกแบบหน่วยการเรียนรู้แบบบูรณาการ ระยะที่ 2 เป็นระยะของการทดลองและสอบถามครูผู้สอนสังคมศึกษาเพื่อประเมินคุณภาพของหน่วยการเรียนรู้แบบบูรณาการ โดยการทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 19 คน และกลุ่มควบคุม 18 คน เป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ และสอบถามความพึงพอใจและความคิดเห็นของครูผู้สอนสังคมศึกษา จำนวน 24 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติค่าร้อยละ ค่ามัชฌิมเลขคณิต (x ?) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ทดสอบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยก่อนทดลองและหลังทดลองด้วยค่าที (Paired-Samples t-test) และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ผลการวิจัยพบว่า ผลการพัฒนารูปแบบหน่วยการเรียนรู้แบบบูรณาการโดยใช้แนวคิดทฤษฎีไตรอาร์ขิก เพื่อพัฒนาการคิดอย่างเป็นระบบ มี 6 ขั้นตอนการสอน ได้แก่ (1) สร้างความน่าสนใจ (2) ใช้ประสบการณ์และปรับบริบทในการเรียนรู้ (3) สร้างความชัดเจนทางความคิด (4) ตรวจสอบทบทวนความคิด (5) ลงมือปฏิบัติงานตามผังโครงร่างความคิด และ (6) ตรวจประเมินงานเพื่อปรับปรุง ผลการประเมินคุณภาพของรูปแบบหน่วยการเรียนรู้แบบบูรณาการ โดยใช้แนวคิดทฤษฎีไตรอาร์ขิก เพื่อพัฒนาการคิดอย่างเป็นระบบ พบว่า ค่าเฉลี่ยของคะแนนความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบของกลุ่มทดลองภายหลังการทดลอง สูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ค่าเฉลี่ยของคะแนนความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ครูผู้สอนสังคมศึกษามีความพึงพอใจและคิดเห็นว่าการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามขั้นตอนการพัฒนาการคิดอย่างเป็นระบบตามแนวคิดทฤษฎีไตรอาร์ขิก สามารถพัฒนาการคิดอย่างเป็นระบบแก่ผู้เรียนได้เป็นอย่างดี