โครงการวิจัยการปรับปรุงพันธุ์พืชผักสวนครัว
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การรวบรวมพันธุ์พืชวงศ์กะเพราสามารถเก็บรวบรวมไว้ได้ 72ตัวอย่าง ประกอบด้วยโหระพาพันธุ์ไทย 11 ตัวอย่าง โหระพาพันธุ์ต่างประเทศ 8 ตัวอย่าง กะเพรา 30 ตัวอย่าง แมงลัก 14 ตัวอย่าง สะระแหน่และมินท์2ตัวอย่าง ยี่หร่าหรือกะเพราช้าง 2 ตัวอย่าง โรสแมรี่ 2 ตัวอย่าง และออริกาโน 2 ตัวอย่าง ขณะเดียวกันการสร้างลูกผสมกะเพราแดงสาหรับประกอบอาหารได้นากะเพราแดงผสมกับกะเพราขาว 2 พันธุ์และกะเพราป่า 2 พันธุ์ ได้ลูกผสมที่ได้จากการผสมโดยธรรมชาติ 4 คู่ผสม อยู่ระหว่างการคัดเลือกให้ได้พันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงและมีกลิ่นหอมเหมาะสาหรับประกอบอาหาร และการคัดเลือกพันธุ์แมงลักที่ให้ผลผลิตเมล็ดสูง ได้พันธุ์แมงลัก 3 สายพันธุ์ประกอบด้วย สายพันธุ์ OA56-2-1 สายพันธุ์ OA56-6-1 และสายพันธุ์ OA57-9-1 ให้ผลผลิตเมล็ด313.6326.4 และ 288.0 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลาดับ มากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ โดยทาการทดลองที่ศูนย์วิจัยพืชสวนสุโขทัย ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครปฐมระหว่าง ปี 2557-2558 นอกจากนั้นในปี 2558 ทาการคัดเลือกพันธุ์กะเพราที่ให้น้ามันหอมระเหยสูง โดยนากิ่งสดของกะเพราจานวน 15 สายพันธุ์ที่ปลูกไว้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครปฐม ไปวิเคราะห์ปริมาณนามันหอมระเหยโดยใช้วิธี Water Distillation Method จากการวิเคราะห์พบว่าปริมาณหอมระเหยของกะเพราอยู่ระหว่าง 0.12- 0.4% โดยในจานวนนี้มีกะเพราอย่างน้อย 4 ตัวอย่างที่มีปริมาณน้ามันหอมระเหยสูง ตั้งแต่ 0.29-0.4% น้าหนักสด ส่วนการคัดเลือกพันธุ์ออริกาโนทนร้อนพบว่ามีออริกาโน 2 พันธุ์ออริกาโน กรีก และสวีท มาโจแรม สามารถเจริญเติบโตได้ดีทั้งในภาคกลางและภาคเหนือของประเทศไทยได้ ซึ่งได้ดาเนินการที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครปฐมและศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย