การอนุรักษ์พันธุกรรมและขยายพันธุ์พืชหายาก พืชถิ่นเดียว และพืชที่ศักยภาพเป็นพืชเศรษฐกิจบางชนิดจากพื้นที่ปกปักพันธุกรรมพืชในบริเวณเขาวังเขมร จังหวัดกาญจนบุรี ในหลอดทดลอง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ประเทศไทยนับเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางพันธุกรรมของพืช นอกจากนี้ประชาชนคนไทยรู้จักและใช้ประโยชน์จากพืชในหลากหลายรูปแบบ จากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคมรวมถึงสิ่งแวดล้อมของโลกในปัจจุบันทำให้พืชบางชนิดที่เป็นพืชสมุนไพร พืชอาหาร หรือพืชถิ่นเดียว และพืชหายาก อยู่ในสภาวะที่ถูกคุกคามและใกล้สูญพันธุ์ ดังนั้นเพื่อสนองพระราชดำริในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การดำเนินงานวิจัยของโครงการนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์พันธุ์พืชที่มีถิ่นอาศัยในพื้นที่เขาวังเขมร จังหวัดกาญจนบุรี ไว้ในหลอดทดลองเพื่อประโยชน์ของการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน ซึ่งจากการศึกษาวิธีการฟอกฆ่าเชื้อชิ้นพืชหลายชนิดที่ได้รับมาจากโครงการวิจัยย่อยที่ 1 ทำให้ได้ต้นพืชปลอดเชื้อ จำนวน 3 ชนิด ได้แก่ แตงน้อย (Zehneria platysperma (W.J. de Wilde & Duyfjes) H. Schaef. & S.S. Renner) กะเพราหินปูน (Plectranthus albicalyx Suddee) และ Zingiber sp. (ลิ้นใบยาว) ซึ่งหลังจากนำต้นแตงน้อยและกะเพราหินปูน ที่ปลอดเชื้อไปทดสอบสารควบคุมการเจริญเติบโต N6-benzyladenine (BA) เข้มข้น 0-4 มิลลิกรัมต่อลิตร เพื่อหาสูตรอาหารที่เหมาะสมต่อการเพิ่มจำนวนต้นพืช พบว่า อาหารวุ้นสูตร MS ที่เติม BA เข้มข้น 1 มิลลิกรัมต่อลิตร สามารถชักนำให้พืชทั้ง 2 ชนิดเกิดยอดใหม่ได้จำนวนมากที่สุด โดย แตงน้อยสามารถเพิ่มจำนวนยอดได้สูงสุด 9.30+0.34 ยอดต่อชิ้นพืช ขณะที่กะเพราหินปูนเกิดยอดใหม่จากข้อได้ในจำนวนสูงที่สุด 4.70+0.15 ยอดต่อชิ้นพืช ยอดใหม่ที่เกิดขึ้นของพืชทั้ง 2 ชนิดสามารถเกิดรากได้เมื่อนำไปเลี้ยงบนอาหารสูตร MS ที่ปราศจากสารควบคุมการเจริญเติบโต