การศึกษา สำรวจ การขยายพันธุ์ องค์ประกอบเคมีสำคัญ และฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของตีนฮุ้งดอยในภาคเหนือของไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ตีนอุ้งดอย (Paris polyphylla) จัดอยู่ในวงศ์ Melanthiaceae ซึ่งเป็นสมุนไพรหายากและ ใกล้สูญพันธุ์ที่นำมาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ของจีน ยุโรป และเอเชีย แผนงานวิจัยนี้มีการ สำรวจ ตีนฮุ้งดอยในเขตภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ระหว่างเดือนตุลาคม 2555 ถึงเดือน กันยายน 2556 ได้พบตีนฮู้งดอยในอำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย โดยพบว่ามีการปลูก ตีนฮุ้งดอยในบ้านของประชาชนในหมู่บ้านห้วยคุณพระ ซึ่งมีชื่อเรียกตีนฮุ้งดอยว่า ต้นยามูเชอ และ พบในป้าดิบแล้งของเขตหมู่บ้านขุนลาว ส่วนในจังหวัดเชียงใหม่ได้สำรวจพบตีนฮุ้งดอยในอำเภอดอย สะเก็ด อำเภอฮอด อำเภออมก๋อย และอำเภอดอยเต่า โดยตีนฮู้งดอยที่พบในอำเภอดอยสะเก็ด พบ การปลูกในบ้านและในปัาดิบแล้ง มีชื่อเรียกว่า ต้นหัวยา นอกจากนี้พบว่าชาวมูเชอมักจะขุด ตีนฮู้งดอยในเขตอำเภอดอยสะเก็ดและอำเภออมก๋อยไปขาย ส่วนการศึกษาในงานวิจัยนี้ได้ศึกษาหา สภาวะของการฟอกฆ่าเชื้อที่ผิว สูตรอาหารเพาะเลี้ยง และวิธีทำลายการพักตัวของเมล็ด สำหรับ การขยายพันธุ์ตีนฮู้งดอยในสภาพหลอดทดลอง โดยนำเมล็ดมาฟอกฆ่าเชื้อด้วยสารละลายคลอรอกซ์ 30% นาน 20 นาที แล้วเลี้ยงบนอาหารกึ่งแข็งและอาหารเหลวสูตร MS และ Gamborg B5 พบว่า เมล็ดที่แกะเปลือกและเมล็ดที่ไม่แกะเปลือกไม่สามารถงอกได้ในอาหารทุกชนิด ดังนั้นจึงนำเมล็ดที่ไม่ แกะเปลือกมาทำลายการพักตัวของเมล็ด โดยเพาะเลี้ยงในอาหารกึ่งแข็งสูตร MS ที่อุณหภูมิต่ำ (20 C นาน 4 สัปดาห์ สลับกับ 15C นาน 4 สัปดาห์) และเลี้ยงในอาหารกึ่งแข็งสูตร MS ที่เติม GA 50 และ 100 ppm พบว่า ไม่สมารถชักนำให้เมล็ดงอกได้ ส่วนการเพาะเลี้ยงเหง้า ได้นำส่วนตามา ฟอกฆ่าเชื้อด้วยสารละลายคลอรอกซ์ 59 นาน 3 ชั่วโมง ตามด้วยสารละลายคลอรอกซ์ 20% นาน 20 นาที แล้วเพาะเลี้ยงบนอาหารกึ่งแข็งสูตร MS ที่เติม BA 0, 5 และ 10 มิลลิกรัม/ลิตร พบว่า มี ยอดเกิดขึ้นจำนวน 1 ยอด/ชิ้นเนื้อเยื่อ ในอาหารทุกสูตร แต่ยอดที่สูงที่สุด (6 เชนติเมตร) พบใน อาหารที่เติม BA 5 มิลลิกรัม/ลิตร โครงการวิจัยย่อยที่ 2 ได้เก็บตัวอย่างตีนยุ้งดอยจาก 2 แหล่งมาทำการวิเคราะห์ องค์ประกอบทางเคมีและสกัดสารออกฤทธิ์ ได้แก่ 1) บ้านปางมะโอ ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ซึ่งแหล่งนี้ ได้เก็บตัวอย่างของตีนฮู้งดอย เป็นเวลา 2 ปี คือ ช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2555 และ ช่วง เดือนมีนาคม ปี 2556 2) บริเวณสวนพฤษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ในช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2555 นำมาวิเคราะห์คุณค่าทางโภขนาการ พบว่าคุณค่าทางโภชนการ ตีนอุ้งดอยจากสองแหล่ง จำนวน 3 ตัวอย่าง ไม่มีความแตกต่างกัน แต่มีแนวโน้มปริมาณธาตุเหล็ก และโปรตีนในตัวอย่างจากแหล่งอ.แม่ริมจะมีสูงกว่า จากนั้นได้นำตัวอย่างที่สามตัวอย่างมาทำการ สกัดด้วยตัวทำละลายไดคลอโรมีเทนและเมทานอล พบว่าตัวอย่างจากแหล่งบ้านปางมะโอให้ปริมาณ สารสารสกัดหยาบไดคลอโรมีเทนและเมทานอลมากกว่าแหล่งอื่น ประมาณ 2 % และสารสกัดหยาบ เมทานอลมีปริมาณสูงกว่าสารสกัดที่ได้จากไดคลอโรมีเทน จากนั้นได้ผลิตสารสกัดส่งให้โครงการย่อย ที่ 3 เพื่อทำการทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพอื่นๆ ต่อไป ส่วนโครงการวิจัยนี้ได้นำเอาสารสกัดไดคลอโร มีเทนและเมทานอลไปตรวจวัดปริมาณสารนอลโดยรวม พบว่าปริมาณสารฟินอลโดยรวมสูงสุด คือ ตัวอย่างจากอ.แม่ริม ในปี 2555 ให้ปริมาณสาร เท่ากับ 5.26 mg Galic acid/g extract และฤทธิ์ใน การต้านอนุมูลอิสระ โดยใช้วิธี DPPH radical scavenging activity พบว่า สารสกัดหยาบเมทานอล จากแหล่งอ.แม่ริม ในปี 2555 ให้ฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระได้สูงสุดที่ 3.46 umol TE/g extract จากนั้นนำตัวอย่างสารสกัดหยาบไดคลอรมีเทนและเมทานอลมาวิเคราะห์กลุ่มสารด้วย TLC การใช้ กรด H SO. ในการพัฒนาสี พบแถบสี ในสารสกัดไดคลอโรมีเทนมากกว่าและสีเข้มกว่าสารสกัด หยาบจากเมทานอล และเมื่อพัฒนาสีด้วย DPPH กลุ่มแถบสีนั้นๆ มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ แต่ใน สารสกัดหยาบ เมทานอล พบแถบสีน้อยและสีจางกว่า เนื่องจากสารสกัดหยาบเมทานอลเป็น สารที่มีขั้วสูง โดยเฉพาะในตีนฮู้งดอย และมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระได้ดีในสารสกัดหยาบ เมทานอล จากนั้นได้ทำการทำให้สารสกัดหยาบบริสุทธิ์ตามลำดับขั้นด้วย Diaion HP-20 จากนั้นนำ วิเคราะห์ชนิดสารด้วย GC-MS พบสารชนิด Diosgenin หรือ (25R)-5-Spirosten-38-ol เป็นสารองค์ประกอบหลักในสารสกัดมทนอล และในสารสกัดจากแหล่งอ.แม่ริม มีปริมาณมากกว่าสารสกัด ที่ได้จากแหล่ง ต.ปางมะโอส่วนการทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลัน เมื่อให้สารทดสอบทางปาก (acute oral toxicity) สารสกัดจากตีฮู้งดอย จัดได้ว่ามีความปลอดภัยในระดับสูง โดยขนาดที่ทำ ให้หนูขาวตายครึ่งหนึ่ง (LD50) มากกว่า 2 กรัม/กก. น้ำหนักตัว ในโครงการวิจัยย่อยที่ 3 ศึกษาสารสกัดจากตีนฮู้งดอย (Paris polyphyllo) ด้านฤทธิ์ทาง ชีวเคมีเพื่อหาสารสกัดที่น่สนใจในการพัฒนายาต้านมะเร็งต่อไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ฤทธิ์ ยับยั้งการเจริญเติบโตและฤทธิ์ชักนำให้เซลล์มะเร็ง HT-29 Hep62 และ HL-60 เกิดการตายแบบ apoptosis ฤทธิ์ต่อเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันของเซลล์ HL-60 และฤทธิ์ก่อและต้านการกลายพันธุ์ ใน Salmonella typhimuium สายพันธุ์ TA98 และ TA100 จากงานวิจัยสามารถรวบรวมตีนฮู้งดอย จาก 2 แหล่ง ใน อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ นำมาสกัดด้วย methano(จากผลการทดลองพบว่า สารสกัด จากตีนอุ้งดอยด้วย methano! จากแหล่ง อ.แม่ริม แสดงฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ได้ดีที่สุดในกลุ่มของสารสกัดที่นำมาทำการทดสอบ (ICso = 0.36-0.05 0.77+0.10 และ 1.01?0.06 ug/ml เมื่อทำการทดสอบในเซลล์ Hep G2 HL-60 และ HT-29 ตามลำดับ) และดีกว่า Irinothecan ซึ่งเป็น positive control เมื่อทดสอบใน HT-29 ประมาณ 1.08 เท่า สารสกัดจากทั้ง 2 แหล่งมี แนวโน้มจะชักนำให้เซลล์มะเร็งทดสอบทั้ง 3 ชนิด ตายลงภายใน 2 ชั่วโมงแรกของการทดสอบ เซลล์ มีลักษณะหดสั้น และจับตัวเป็นแผ่น (clumped) ไม่พบลักษณะของเซลล์ที่เป็น single large vesicle หรือ apoptotic bodies เลยตลอดระยะเวลาทดสอบ สารสกัดดังกล่าวสามารถยับยั้งการ หลั่ง TNF-d. ของเชลล์ทดสอบได้มากที่สุดตั้งแต่ 24 ชั่วโมงเป็นต้นไป ผลดังกล่าวนี้ไม่สอดคล้องกับ ฤทธิ์ของสารสกัดดังกล่าวในการกระตุ้นให้ HL-60 ในแง่ของการชักนำให้เซลล์กิด apoptosis แต่ สัมพันธ์กับการที่พบว่าเซลล์เริ่มตายมากขึ้นเรื่อยๆตั้งแต่ 2 ชั่วโมงแรกของการทดสอบ พบว่าสารสกัด ตื่นฮู้งดอยทั้ง 2 แหล่งไม่มีฤทธิ์ก่อการกลายพันธุ์ใน Salmonella typhimurium สายพันธุ์ TA98 และ TA100 แต่มีฤทธิ์ต้านการกลายพันธุ์จากการเหนี่ยวนำด้วย 2AF ในสภาวะมีเอนไซม์