กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระโดยวิธี2, 2 diphenyl-1-picrylhydrazyl (DPPH) และฤทธิ์ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็งท่อน้ำดีโดยวิธี 3-[4,5-dimethylthiazol-2-yl]-2,5- diphenyltetrazolium bromide (MTT) ของสารสกัดจากพืชสมุนไพรชนิดต่างๆ จำนวน 4 ชนิด ได้แก่ กระชายมอญ (Justicia sp.), มะขามป้อม (Phyllanthus emblica L.), ย่านาง (Tiliacora triandra (Colebr.) Diels) และ บัวบกหัว (Stephania sp.) คำนวณหาค่าความเข้มข้นของสารตัวอย่างที่ยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันหรือยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระได้ 50% (IC50) ผลการวิจัยพบว่าสารสกัดหยาบจากมะขามป้อมมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระได้ดีที่สุด โดยมีค่า IC50 เท่ากับ 41.68 ? 0.18 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร มีฤทธิ์ดีกว่าสารมาตรฐานเมื่อเปรียบเทียบกับสารมาตรฐานวิตามินอี (tocopherol) โดยวิตามินอีมีค่า IC50 เท่ากับ 59.67 ? 0.74 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ขณะที่สารสกัดหยาบจากใบย่านาง มีค่า IC50 เท่ากับ 911.18 ? 2.47 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร สำหรับสารสกัดหยาบจากกระชายมอญและบัวบกหัวไม่มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ โดยมีค่า IC50 มากกว่า 1,000 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร เมื่อศึกษาฤทธิ์ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็งท่อน้ำดี KKU-M213 พบว่าสารสกัดจากบัวบกหัว (Stephania sp.) แสดงฤทธิ์ความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งท่อน้ำดีสูงที่สุด โดยให้ค่า IC50 เท่ากับ 23.18 ? 0.27 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ขณะที่สารสกัดจากใบย่านางและกระชายมอญ มีฤทธิ์ต่อเซลล์ในระดับปานกลาง โดยให้ค่า IC50 เท่ากับ 65.04 ? 7.01 และ 78.07 ? 0.45 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ตามลำดับ สำหรับสารสกัดจากมะขามป้อมมีฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็งท่อน้ำดีในระดับต่ำ โดยให้ค่า IC50 เท่ากับ 186.26 ? 4.29 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร