การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์และวอเตอร์ฟุตพริ้นท์ของกาแฟอราบิก้า
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้น้้า และผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิตของการผลิตกาแฟสารอราบิก้า ครอบคลุม ขอบเขตของการศึกษาตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะปลูก ขั้นตอนการผลิตกาแฟสาร และขั้นตอนการ ขนส่งในหน่วยการท้างาน กาแฟสารอราบิก้า 1 กิโลกรัม โดยก้าหนดพื้นที่ศึกษาเฉพาะใน พื้นที่ภาคเหนือที่มีก้าลังการผลิตมากกว่าร้อยละ 60 ของพื้นที่การผลิตทั้งหมด ซึ่งน้าหลักการ วิเคราะห์คาร์บอนฟุตพริ้นท์มาใช้ในการวิเคราะห์ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และน้า หลักการวิเคราะห์วอเตอร์ฟุตพริ้นท์ของพืชและผลิตภัณฑ์มาใช้ในการการวิเคราะห์ปริมาณการ ใช้น้้า อีกทั้งยังท้าการวิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิตด้วยโปรแกรม SimaPro 7.3.3 โดยเลือกวิธีการวิเคราะห์ผลกระทบด้วย ReCiPe endpoint (I) method World ReCiPe I/A จากผลการศึกษาวิจัยพบว่า ปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิต กาแฟสารอราบิก้าด้วยวิธีแบบแห้งมีค่ามากที่สุดเท่ากับ 18.55 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่าต่อกิโลกรัมกาแฟสาร เมื่อพิจารณาในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการผลิตกาแฟอรา บิก้า ขั้นตอนการเพาะปลูกมีปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์มากที่สุดคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 99 และปริมาณวอเตอร์ฟุตพริ้นท์ของพืชและผลิตภัณฑ์กาแฟสารอราบิก้า จากการเปรียบเทียบ ปริมาณวอเตอร์ฟุตพริ้นท์ของระบบการเพาะปลูก พบว่า ระบบการปลูกกาแฟอราบิก้าภายใต้ สภาพร่มเงามีคา่ ความตอ้ งการใช้น้า้ สูงกว่าระบบการปลูกสภาพกลางแจ้ง และปริมาณวอเตอร์ ฟุตพริ้นท์ของการผลิตผลิตภัณฑ์กาแฟสารอราบิก้า พบว่า กระบวนการผลิตกาแฟสารอรา บิก้าด้วยวิธีแบบเปียกมีค่าความต้องการใช้น้้ามากที่สุดเท่ากับ 55.41 ลูกบาศก์เมตรต่อ กิโลกรัมกาแฟสาร โดยประเภทของแหล่งน้้าที่ใช้มีการใช้มากที่สุด คือ กรีนวอเตอร์ฟุตพริ้นท์ รองลงมาคือ เกรย์ และบลูวอเตอร์ฟุตพริ้นท์ คิดเป็นร้อยละ 52: 37: 11 ตามล้าดับ ส่วน ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของกาแฟสารอราบิก้าวิธีแห้งมีค่ามากที่สุดเท่ากับ 1.24 Pt และมี การให้น้้าหนักผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุด ซึ่งเกิดจากขั้นตอน การเพาะปลูกสูงที่สุด โดยผลการศึกษาตลอดวัฏจักรชีวิตของการผลิตกาแฟสารอราบิก้าจะเห็นว่า ขั้นตอน การเพาะปลูกเป็นประเด็นหลักที่ควรน้ามาพิจารณาให้เหมาะสมเพื่อสร้างแนวทางในการลด ผลกระทบที่มุ่งเน้นการจัดการน้้าและทรัพยากรต่างๆ ในการเพาะปลูกให้มีประสิทธิภาพ ตลอดจนหาแนวทางในการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด