Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2558

การพัฒนากระบวนการแปรรูปเมล็ดกาแฟอาราบิก้าคั่ว-บด สำหรับเกษตรกรรายย่อยในเชิงการค้า เพื่อสนับสนุนการผลิตสำหรับธุรกิจกาแฟอินทรีย์ของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์

ไพโรจน์ นะเที่ยง มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ พ.ศ. 2558

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากระบวนการแปรรูปเมล็ดกาแฟอาราบิก้าคั่ว-บดสำหรับ ที่เหมาะสมกับกลุ่มเกษตรกรรายย่อยสำหรับการผลิตในเชิงการค้า 2) พัฒนาเทคโนโลยี/องค์ความรู้ที่เหมาะสม และถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการแปรรูปเมล็ดกาแฟอาราบิก้าคั่ว-บดสู่กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ เพื่อก่อให้เกิดการเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในพื้นที่อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ให้มีแนวทางในการสร้างรายได้ซึ่งเกิดจากการเพิ่มมูลค่าของวัตถุดิบซึ่งเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่มีอยู่ในพื้นที่ด้วยการใช้เทคโนโลยีและกระบวนการผลิตที่เหมาะสม รวมถึงยังเป็นแนวทางในการส่งเสริมให้เกษตรกรรายย่อยมีการรวมกลุ่มเพื่อทำการแปรรูปผลผลิตกาแฟคั่ว-บดในเชิงการค้าเพื่อสนับสนุนให้เกิดธุรกิจกาแฟอินทรีย์ของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟรายย่อยของอำเภอลับแลอย่างยั่งยืนต่อไป ผลจาการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องคัดขนาดเม็ดสารกาแฟโดยใช้ความเร็วรอบในการหมุนถังคัดแยกเม็ดสารกาแฟ ด้วยความเร็วรอบที่ 9.6 rpm ปริมาณการคัดแยกเม็ดสารกาแฟภายในระยะเวลา 1 ชั่วโมง มีค่าสูงสุด 158 กิโลกรัม ซึ่งพิจารณาจาค่าเฉลี่ยของการคัดแยกจะมีค่า 156.1 กิโลกรัม โดยเกิดขึ้นที่การปรับมุมเอียงของตะแกรง 4 องศา แต่อย่าไรก็ตามเมล็ดสารกาแฟที่รูตะแกรงขนาด 6 มิลลิเมตร มีค่าสูงสุดในปริมาณการคัดแยก 78.8 กิโลกรัม โดยมีค่าเฉลี่ย 77.8 กิโลกรัม ซึ่งเมล็ดสารกาแฟที่ผ่านรูตะแกรงทั้ง 3 ชั้น ที่มีขนาดต่างกันของเครื่องคัดขนาดเม็ดสารกาแฟ ยิ่งไปกว่านั้นเม็ดสารกาแฟที่ถูกคัดแยกผ่านรูตะแกรงทั้ง 3 ขนาด ที่ความเร็วรอบที่ 9.6 rpm เมื่อนำไปเทียบเคียงมาตรฐานของสารกาแฟอาราบิก้าของไทย (กรมการค้าภายใย : 2529) ของเม็ดสารกาแฟที่ได้จากเครื่องคัดแยกขนาดเม็ดสารกาแฟที่พัฒนาขึ้น พบว่าเม็ดสารกาแฟที่ผ่านรูตะแกรงขนาด 7.5,6 และ 4 มิลลิเมตร นั้นสามารถผ่านมาตรฐานได้ทั้ง 3ข้อ และในทางกลับกันเม็ดสารกาแฟที่มีขนาดน้อยกว่า 4 มิลลิเมตร ผ่านเพียงมาตรฐานข้อที่ 2 ที่มีความชื้นสูงสุด 9.9% โดยการตรวจสอบด้วยเครื่องวัดความชื้น ซึ่งมาตรฐานความชื้นของเม็ดสารกาแฟต้องมีค่าไม่เกิน 13% ผลการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องกะเทาะเปลือกเม็ดกาแฟโดยทำการทดสอบกับกาแฟกะลา (การเตรียมสารกาแฟด้วยวิธีการเปียก Wet Process) พบว่าระยะความห่างของชุดหินขัดและชุดยางขัดที่ระยะ 2 มิลลิเมตร ความเร็วรอบแกนเพลาของหัวกะเทาะที่ 24 rpm พบว่าใช้เวลาในการกะเทาะเปลือกเม็ดกาแฟในปริมาณ 40 กิโลกรัม เฉลี่ยจะใช้เวลา 9.864 นาที เครื่องกะเทาะเม็ดกาแฟมีอัตรากำลังการผลิตเฉลี่ย 243.36 กิโลกรัม/ชั่วโมง สัดส่วนของผลผลิตเม็ดกาแฟที่กะเทาะมีสัดส่วนของสารกาแฟไม่แตก/สารกาแฟแตก/เศษเปลือกมีอัตราเฉลี่ย 60.50/0.8/39.0 % ส่วนการทดสอบกับกาแฟตากดำ (การเตรียมสารกาแฟด้วยวิธีการแห้ง Dry Process) พบว่าที่ระยะความห่างของชุดหินขัดและชุดยางขัดที่ระยะ 2 มิลลิเมตร ความเร็วรอบแกนเพลาของหัวกะเทาะที่ 24 rpm พบว่าใช้เวลาในการกะเทาะเปลือกเม็ดกาแฟในปริมาณ 40 กิโลกรัม เฉลี่ยจะใช้เวลา 9.15 นาที เครื่องกะเทาะเม็ดกาแฟมีอัตรากำลังการผลิตเฉลี่ย 253.35 กิโลกรัม/ชั่วโมง สัดส่วนของผลผลิตเม็ดกาแฟที่กะเทาะมีสัดส่วนของสารกาแฟไม่แตก/สารกาแฟแตก/เศษเปลือกมีอัตราเฉลี่ย 58.50/0.830/40.66 % ผลการทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องคั่วเม็ดสารเม็ดกาแฟพบว่าการคั่วกาแฟระดับอ่อน (Light Roast) โดยทำการทดลองจำนวน 3 ครั้ง จำนวนเม็ดสารกาแฟที่ใช้คั่วครั้งละ 5 กิโลกรัม โดยใช้อุณหภูมิในถังคั่วเม็ดสารกาแฟมีค่าเฉลี่ยที่ 173.0 องศาเซลเซียส เวลาที่ใช้สำหรับการคั่วมีค่าเฉลี่ย 16.06 นาที เมื่อนำเม็ดสารกาแฟหลังจาการคั่วไปเทียบกับค่าสีระดับอ่อน (Light Roast) พบว่าเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานทั้ง 3 ครั้งที่ทำการคั่ว โดยได้เม็ดสารกาแฟหลังจากการคั่วมีค่าเฉลี่ย 3.95 กิโลกรัม ความชื้นของเม็ดสารกาแฟพลังคั่วมรค่าความชื้นเฉลี่ย 8.20% ส่วนการคั่วกาแฟระดับกลาง (Medium Roast or Full City Roast) โดยทำการทดลองจำนวน 3 ครั้ง จำนวนเม็ดสารกาแฟที่ใช้คั่วครั้งละ 5 กิโลกรัม โดยใช้อุณหภูมิในถังคั่วเม็ดสารกาแฟมีค่าเฉลี่ยที่ 213 องศาเซลเซียส เวลาที่ใช้สำหรับการคั่วมีค่าเฉลี่ย 14.5 นาที เมื่อนำเม็ดสารกาแฟหลังจาการคั่วไปเทียบกับค่าสีระดับกลาง (Medium Roast or Full City Roast)พบว่าเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานทั้ง 3 ครั้งที่ทำการคั่ว โดยได้เม็ดสารกาแฟหลังจากการคั่วมีค่าเฉลี่ย 3.07 กิโลกรัม ความชื้นของเม็ดสารกาแฟพลังคั่วมรค่าความชื้นเฉลี่ย 7.88% และการคั่วกาแฟระดับเข้ม (Dark Roast) โดยทำการทดลองจำนวน 3 ครั้ง จำนวนเม็ดสารกาแฟที่ใช้คั่วครั้งละ 5 กิโลกรัม โดยใช้อุณหภูมิในถังคั่วเม็ดสารกาแฟมีค่าเฉลี่ยที่ 258 องศาเซลเซียส เวลาที่ใช้สำหรับการคั่วมีค่าเฉลี่ย 15.0 นาที เมื่อนำเม็ดสารกาแฟหลังจาการคั่วไปเทียบกับค่าสีระดับเข้ม (Dark Roast) พบว่าการคั่วครั้งที่ 1 ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ แต่การคั่วครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 เม็ดสารกาแฟหลังการคั่วมีสีเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน โดยได้เม็ดสารกาแฟหลังจากการคั่วมีน้ำหนักเฉลี่ย 2.59 กิโลกรัม ความชื้นของเม็ดสารกาแฟพลังคั่วมีค่าความชื้นเฉลี่ย 7.26% ตามลำดับ

คำสำคัญ

กาแฟอาราบิก้าเทคโนโลยีการแปรรูปเมล็ดกาแฟธุรกิจกาแฟอินทรีย์

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การเสริมสร้างศักยภาพการผลิตกาแฟอินทรีย์ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้ยั่งยืนแบบมีส่วนร่วม ของชุมชนบ้านมอโก้คี ตำบลแม่อุสุ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก

ธีรศิลป์ กันธา มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร พ.ศ. 2564

การศึกษารูปแบบการพัฒนากระบวนการผลิตกาแฟคั่วบดมือ โดยอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้าและเพิ่มช่องทางการตลาดของกาแฟคั่วบดมือบ้านไร่ใน หมู่ที่ 7 ต.นาคา อ.สุขสำราญ จ.ระนอง

ลำยอง ขนาบแก้ว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย พ.ศ. 2559

การพัฒนาเพื่อยกระดับการผลิตกาแฟและผลิตภัณฑ์จากกาแฟของกลุ่มผู้ปลูกโรบัสต้าพันธุ์พื้นเมืองในเขตพื้นที่อำเภอธารโต จังหวัดยะลา

วรพงค์ บุญช่วยแทน สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2565

การพัฒนาการแปรรูปกาแฟ ในอำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา

ทวีสิน นาวารัตน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา พ.ศ. 2564

การศึกษากระบวนการการปลูกกาแฟการแปรรูปกาแฟ และการบริหารจัดการของวิสาหกิจชุมชน กลุ่มกาแฟบ้านถ่ำสิงห์ จังหวัดชุมพร

สุดารินทร์ รอดมณี สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2558

การพัฒนากลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในจังหวัดอุบลราชธานี

เจษฎา สายสุข มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2564

โครงการวิจัยและพัฒนาพืชสวนอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มผลิตภาพทางการเกษตรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่

สุภัทรา เลิศวัฒนาเกียรติ กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2565

การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการวัตถุดิบกาแฟระหว่างเกษตรกรและผู้ประกอบการในจังหวัดอุบลราชธานี

ฐชาดา โคตมงคล มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2564

การพัฒนาปัจจัยการผลิตอินทรีย์ตามมาตรฐาน IFOAM เพื่อส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการธุรกิจกาแฟภาคเหนือ

ภัทธนาวรรณ์ ฉันท์รัตนโยธิน มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2565

การออกแบบเครื่องคั่วเมล็ดกาแฟที่เหมาะสมกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กรณีศึกษาโรงงานคั่วเมล็ดกาแฟในจังหวัดอุบลราชธานี

ภีม พรประเสริฐ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2564