กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันของการปลูกข้าว มันสำปะหลัง และอ้อย เพื่อประเมินผลกระทบตลอดวัฏจักรชีวิตและวิเคราะห์คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของการปลูกข้าว มันสำปะหลัง และอ้อย ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ผลการศึกษาสรุปได้ว่า การวิเคราะห์คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของการปลูกข้าว มันสำปะหลัง และอ้อย ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมามีค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์เฉลี่ยเท่ากับ 116.5653 kgCO2eq/ไร่ หรือคิดเป็น 0.3369 kgCO2eq/kg 118.6720 kgCO2eq/ไร่ หรือคิดเป็น 0.0321 kgCO2eq/kg และ 38.5307 kgCO2eq/ไร่ หรือคิดเป็น 0.0040 kgCO2eq/kg ตามลำดับ ซึ่งการปลูกข้าวมีค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์มากที่สุด ลองลงมาคือการปลูกมันสำปะหลัง และอ้อย โดยขั้นตอนการปลูกที่มีค่าคาร์บอนฟุตพรื้นท์มากที่สุดคือการดูแล ซึ่งมีกิจกรรมการใส่ปุ๋ยและการใช้ยาฆ่าแมลง อย่างไรก็อีในการศึกษานี้ไม่ได้คิดคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการเก็บเกี่ยวโดยใช้เครื่องจักร เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ยังใช้การเก็บเกี่ยวโดยใช้แรงงานคนเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น ในการศึกษาต่อไปควรมีการคิดคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากกรณีที่ใช้เครื่องจักรในการเก็บเกี่ยวจะทำให้ได้ค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่ครอบคลุมทั้งกรณีใช้คน และเครื่องจักเก็บเกี่ยว อย่างไรก็ดี หากมีการนำผลการศึกษาที่ได้ไปใช้วางแผนการลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการปลูกข้าว มันสำปะหลัง และอ้อย ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ขั้นตอนที่สามารถเข้าไปจัดการคือขั้นตอนการดูแล ที่เกี่ยวกับการใช้ปุ๋ยและสารเคมี หากมีการลดปริมาณลงจะทำให้ลดค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการปลูกข้าว มันสำปะหลัง และอ้อย ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาลงได้
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 6 — 6. Representative of the deliverable demonstrated in relevant environments
วีการศึกษาและผลการศึกษาในสภาวะความเป็นจริงในพื้นที่จริงที่สอดคล้องกับความต้องการในการทำงาน
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 7 — 7. refinement of project and/or solution and, if needed, retesting in relevant environment with relevant stakeholders
ผลการศึกษาสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่น และสามารถดำเนินการกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ ข้อเสนอแนะเบื้องต้นเพื่อให้เกิด