การพัฒนากรรมวิธีการผลิตชาเขียวโดยใช้เทคโนโลยีไมโครเวฟระดับอุตสาหกรรมเพื่อลดการสูญเสียสารแอนติออกซิแดนท์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัขนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากรรมวิธีการผลิตชาเขียวด้วยไมโครเวฟระดับอุตสาหกรรมเพื่อ ลดการสูญเสียสารแอนติออกซิแดนท์ การทคลองใช้ชาพันธุ์อัสสัม (Camellia Sinensis Var. assamica) พบว่า มีปริมาณความชื้นเท่ากับ 79.59%ของน้ำหนักเปียก มีค่าวอเตอร์แอติวิตี้อยู่ในช่วง 0.86-0.90 มี ปริมาณเล้า 6.89% มีปริมาณสารที่สกัดได้ด้วยน้ำและปริมาณแทนนินเท่ากับ 9.28 และ 1.18%ตามลำดับ ค่า EC เท่ากับ 1.07 mg L ปริมาณฟืนอลลิกทั้งหมดเท่ากับ 524.84 mg GAE/: ปริมาณสารสำคัญที่วิเคราะห์ โดยวิธี HPLC ได้แก่ Catechin (C) Epigallocathechin gallate (EGCG) Epicathechin gallate (ECG) Epigallocathechin (EGC) และ Gallocathechin (GC) เท่ากับ 0.41, 3.73 3.13 1.18 และ 0.02%ของน้ำหนัก แห้ง ตามลำดับ การพัฒนากรรมวิธีการผลิต โดยใช้เครื่องไมโครเวฟสุญญากาศ โดยวางแผนการทคลอง Central Composite Design ศึกษา 3 ปัจจัย ได้แก่ กำลังไมโครเวฟ 3,200 - 4,800 วัตต์ เวลาทำแห้ง 30 - 50 นาที และ ปริมาณชา 2-4 กิโลกรัม วิเคราะห์โมเคลรีเกรสชันใช้เทคนิค Response surface methodology และ Optimization technique ได้กรรมวิธีกรผลิตที่เหมาะสมคือใช้ชาปริมาณ 2 กิโลกรัม และใช้พลังงานในการ ทำแห้ง 4,200 วัตต์ นาน 50 นาที ได้ผลิตภัณฑ์ชาเขียวที่มีปริมาณความชื้นเท่ากับ 6.65% ค่าวอเตอร์แอคติวิตี้ เท่ากับ 0.66 มีปริมาณเถ้าเท่ากับ 9.97% มีปริมาณสารที่สกัดได้ด้วยน้ำและปริมาณแทนนินเท่ากับ 7.66 และ 0.93% ตามลำดับ ค่า EC. เท่ากับ 1.62 mg L มีปริมาณฟืนอลลิกทั้งหมดเท่ากับ 120.23 mg GAE/g ปริมาณ สารสำคัญที่วิเคราะห์โดยวิธี HPLC ได้แก่ EGCG, ECG, EGC และ GC มีค่าเท่ากับ 3.24, 2.38, 3.58 และ 0.019%ของน้ำหนักแห้ง ตามลำดับ จากนั้นทำการประเมินการขอมรับทงประสาทสัมผัสเปรียบเที่ยบกับ ชาเขียวที่ผ่านกรรมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมโดยใช้ 9 point Hedonic scale จากผลการทคลองพบว่า คะแนน ความชอบรวมและกลิ่นรสชาไม่มีความแตกต่างทางสถิติ (3>0.05) โดยชาเขียวที่ผ่านกรรมวิธีการผลิตโดย ใช้ไมโครเวฟมีปริมาณสาร EGCG ECG EGC สูงกว่าชาเขียวที่ผ่านการผลิตแบบดั้งเดิมอย่างมีนัยสำกัญทาง สถิติ (p-0.05) และมีค่ EC. ต่ำกว่า ดังนั้น ดังนั้นชาเขียวที่ผ่านไมโครเวฟมีสารสำคัญและสารแอนติออกซิ แคนท์สูงกว่าชาเขียวแบบดั้งเดิม