กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพ และได้รับบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพ ตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 52 การศึกษาวิจัยครั้งนี้ จึงมี วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาประสิทธิผลการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลด้วยกระบวนการพัฒนา คุณภาพแบบเครือข่าย (HNQA) และ ปัจจัยที่คาดว่าจะมีผลต่อประสิทธิผลการพัฒนาคุณภาพ โรงพยาบาลด้วยกระบวนการพัฒนาคุณภาพแบบเครือข่าย (HNQA) รวมทั้ง ความพึงพอใจของ ผู้รับบริการ โดยศึกษา ในหน่วยงานของโรงพยาบาลที่พัฒนาคุณภาพแบบบเครือข่ายที่ดำเนินการ จำนวน 10 หน่วยงาน กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา & เครือข่าย (46 โรงพยาบาล)ประกอบด้วย หัวหน้าหน่วยงาน 580 คน ผู้ปฏิบัติงาน 1,472 คน และผู้รับบริการ 3,158 คน เครื่องมือที่ใช้ใน การวิจัยเป็นแบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล ปัจจัยความรู้กระบวนการพัฒนาคุณภาพแบบ เครือข่าย ประสบการณ์ในการทำงานพัฒนาคุณภาพด้านอื่น การตรวจประเมินเครือข่าย การบริหารจัดการพัฒนาคุณภาพแบบเครือข่าย (HNQA) ประสิทธิผลการพัฒนาคุณาคุณภาพ โรงพยาบาลและและความพึงพอใจของผู้รับบริการ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาอัตราส่วน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานการวิจัย โดยใช้สถิติถดถอยพหุ โดยใช้ โปรแกรมสำเร็จรูปสำหรับการวิจัยทางสังคมศาสตร์ ผลการศึกษาวิจัยพบว่าหัวหน้าหน่วยงานส่วนใหญ่ทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจประเมิน (Auditor) มีผู้อำนวยการโรงพยาบาลเป็นผู้กำหนดขอบเขตในการตรวจประเมินเครือข่าย เป็นหลัก ทั้งหัวหน้าหน่วยงานและผู้ปฏิบัติงานได้รับควานรู้เกี่ยวกับมาตรฐานบริการ สาธารณสุขจากการอบรม/สัมมนาโดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และปฏิบัติงานการพัฒนา คุณภาพด้วยกระบวนการพัฒนาคุณภาพแบบเครือข่าย (HNQA) มากกว่า 3 ปี ขึ้นไป โดยผ่านการ อบรมความรู้กระบวนการพัฒนาคุณภาพแบบเครือข่าย (HNQA) และมีประสบการณ์การพัฒนา คุณภาพอื่นมากกว่า 1 ระบบ ส่วนการบริหารจัดการพัฒนาคุณภาพแบบเครือข่าย (HNQA) ของหัวหน้าหน่วยงานนั้นพบว่าหัวหน้าหน่วยงาน บริหารจัดการในการพัฒนาคุณภาพด้วย กระบวนการพัฒนาคุณภาพแบบเครือข่ายภาพรวมอยู่ในระดับสูง (Mean =3.51, S.D.= 0.46) โดยเฉพาะการบริหารจัดการด้านการจัดเตรียมทีม(Mean =3.54 , S.D.= 0.51) และด้านการ ควบคุมกำกับและรายงานผล (Mean =3.61,S.D.=0.65) ส่วนประสิทธิผลการพัฒนาคุณภาพของผู้ให้บริการนั้นอยู่ในระดับสูง (14440 -4452 S.D.=0.60) เมื่อจำแนกตามมิติย่อยประสิทธิผลการพัฒนาคุณภาพแบบเครือข่าย (HNQA) คือ ความสามารถในการส่งมอบบริการ และความสุขในการปฏิบัติงานของผู้ให้บริการ พบว่า หัวหน้าหน่วยงานและผู้ปฏิบัติงาน มีความสามารถในการส่งมอบบริการอยู่ในระดับสูง (Mean=4.09,S.D.=0.62) และ มีความสุขในการปฏิบัติงานอยู่ในระดับสูง (Mean= 6.81,S.D.=1.11) เมื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์และปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิผลการพัฒนาคุณภาพ โรงพยาบาล พบว่าปัจจัยการบริหารจัดการด้านการควบคุมกำกับและรายงานผล (Controlling&Reporting) ซึ่งมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับประสิทธิผลการพัฒนาคุณภาพ โรงพยาบาลระดับป่านกลาง (r = 423) สามารถอธิบายความผันแปรของประสิทธิผลการพัฒนา คุณภาพโรงพยาบาลได้ประมาณ ร้อยละ 17.7 (R=0.177) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .01 และปัจจัยการบริหารจัดการด้านการจัดเตรียมทีม ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางบวกกับประสิทธิผล การพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลระดับป่านกลาง (r=0.389)สามารถอธิบายความผันแปรของ ประสิทธิผลการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลเพิ่มเป็นประมาณ ร้อยละ 19.70 (R=0.197) อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.01 นั่นคือ ตัวแปรอิสระ คือ การบริหารจัดการด้านการควบคุมกำกับ และรายงานผล (Controlling &Reporting)(lละด้านการจัดเตรียมทีม เป็นปัจจัยสำคัญสามารถ อธิบายความผันแปรของประสิทธิผลการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ถ้าตัว แปรประสิทธิผลจะเพิ่มขึ้นได้ก็ต่อเมื่อตัวแปรค้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.7 ส่วมการศึกษาความพึงพอใจผู้รับบริการเป็นการกันพบที่สนับสนุนผลการศึกษาว่า บริหารจัดการพัฒนาคุณภาพแบบเครือข่าย (HNQA) มีผลประสิทธิผลการพัฒนาคุณภาพ โรงพชาบาล ที่ผู้รับบริการยืนยันว่ามีความพึงพอใจบริการอยู่ในระดับสูง (Mean =3.78, S.D.=0.52) ผลการวิจัยดังกล่าวได้ให้ข้อมูลเพื่อใช้ปืนขัดเขนอแนะที่สำคัญทั้งเชิงมโยบายการ จัดการใหม่และเชิงวิชาการ/การวิจัยกล่าวคือ จัดให้มีรางวัลเครือข่ายโรงพยาบาบาลต้นแบบ และ ผู้บริหารทำงานคุณภาพที่มีคุณภาพที่เรียกว่า "ผู้บริหารทรงประสิทธิผล" (the Effective Executive) จัดให้มีการอบรม สัมมนาอย่างต่อเนื่องโดยส่วนกลาง หรือรูปแบบครู ก หรือศูนย์ การร้อมรู้ด้วยหรือข่าย ที่มีอยู่ ปรับหลักซูลายรบรมความรู้เกี่ยวกับกระนานการพัฒนาคุณภาพ แบบเครือข่าย (HNQA) ให้มีความเข้มข้นมากขึ้นและพัฒนากระบวนการบริหารจัดการพัฒนา คุณภาพแบบเครือข่ายให้ครบองค์ประกอบการบริหารจัดการอย่างเป็นรูปธรรมในการปฏิบัติจริง อย่างต่อเนื่อง โดยมีข้อเสนอแนะเชิงวิชาการและการวิจัย กล่าวคือการศึกษาวิธีปฏิบัติที่ดี (Best Practices) ของเครือข่าย การพัฒนาเครื่องมือการวิจัยที่ให้ความสำคัญต่อองค์ประกอบการ บริหารจัดการที่ชื่อถือการปฏิบัติใส่ ที่เป็นรูปรรรมของทุกธรธรรถอบและจัดทำหละจัดกับเพื่อกเกรียนก็ วิธีปฏิบัติที่ดี (Best Practices) ของเครือข่ายเพื่อขยายการพัฒนาแบบขยายวงกว้างและสนับสนุน การเรียนรู้เพื่อพัฒนาด้วยตนเองของเครือข่าย