กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สถานการณ์ ปัญหาการบริหารจัดการฟาร์มปลานิลของกลุ่มเกษตรกร 2) ศึกษาแนวทางการแนวทางการบริหารจัดการฟาร์มปลานิลแบบครบวงจร มีผลการศึกษา การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วม มีมีกลุ่มเป้าหมายคือเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลกระชังในเขื่อนลำปะทาว จังหวัดชัยภูมิ กระบวนการวิจัยมี 2 ระยะ จำนวน 10 ขั้นตอน ผลการศึกษา พบว่า 1. สถานการณ์ ปัญหาการบริหารจัดการฟาร์มปลานิลของกลุ่มเกษตรกร 1) เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาเป้าหมายนิยมเลี้ยงปลากระชังซึ่งปัจจุบันถือเป็นอาชีพหลักของครัวเรือน งานเกษตรด้านอื่น ๆ เป็นอาชีพเสริม 2) ปัญหาต้นทุนอาหารที่มีราคาแพง และการหาทางเลือกอาหารปลาที่สามารถผลิตเองและหรือมีราคาถูกลง 3) ปัญหาปลาตาย จากโรค จากการน็อคน้ำ จากการขาดออกซิเจนจากที่มีสภาพแวดล้อมหรือกระชังไม่สะอาด ทำให้เกษตรกรขาดทุน 2. เพื่อศึกษาแนวทางการแนวทางการบริหารจัดการฟาร์มปลานิลแบบครบวงจร มีผลการศึกษา ดังนี้ 1) ควรเลือกชนิดอาหารให้เหมาะสมกับชนิดปลาและลักษณะการกินอาหาร เช่น ปลากินพืชควรให้อาหารปลากินพืช เป็นต้น 2) การเลี้ยงปลาในกระชัง ควรล้างทำความสะอาดกระชังอย่างสม่ำเสมอ 3) ควรลดปัจจัยที่จะกระตุ้นให้ปลาเกิดความเครียดได้ง่าย เช่น ลดความหนาแน่นของปลาในบ่อ ไม่ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำเข้าออกในปริมาณที่มากเกินไปในขณะที่ปลาป่วย เป็นต้น 4) หมั่นเอาใจใส่ดูแลสุขภาพปลาอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบปลามีอาการผิดปกติให้รีบหาสาเหตุและรีบแก้ไขด่วน เพราะถ้าทิ้งระยะการป่วยนานเกินไป การรักษาอาจไม่ทันการ
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 7 — 7. Final development version of the deliverable demonstrated in operational
สามารถนำนวัตกรรมที่ได้มาพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ อาชีพ และสังคม ซึ่งโครงการวิจัยครั้งนี้ เป็นการศึกษาเพื่อหาแนวทางเสริมสร้างความเข้มแข็งและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันขององค์กร ที่จะทำให้ท้องถิ่น และสังคมเข้มแข็งต่อไป ผลสำเร็จของโครงการจะตอบสนองต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์การวิจัย และแผนงานวิจัย นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำผลการวิจัยไปใช้ ทั้งเป็นการกระตุ้นศักยภาพ และสร้างรูปแบบความร่วมมือของชุมชนท้องถิ่นรวมทั้งได้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ทั้งเชิงโครงสร้าง ระบบและกลไกต่อการบริหารจัดการคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ กิจกรรมความร่วมมือ เป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกันในชุมชนอันจะสร้างความรัก ความสามัคคี และเป็นชุมชนสังคมที่เข้มแข็งต่อไป อันได้แก่ 1) ผู้บริหารได้ข้อมูลสารสนเทศในการกำหนดนโยบาย วางแผนการจัดกิจกรรมทั้งด้านวิชาการ หรือกิจกรรมเสริมต่าง ๆ ที่มีความหลากหลาย ที่จะส่งเสริมเศรษฐฐานะของเกษตรกรทั้งระดับปัจเจกและระดับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมและมีความยั่งยืนต่อไป 2) ได้แนวทางการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและรวมถึงคนอื่นๆทั้งองค์การ และชุมชนได้ร่วมในกระบวนการแก้ปัญหาและเรียนรู้ไปพร้อมกัน 3) งานวิจัยและประสบการณ์ตรงของผู้ร่วมในโครงการวิจัยครั้งนี้ที่ได้รับจะก่อให้เกิดความซาบซึ้งและความตระหนัก ตลอดจนการสร้างนิสัยและจิตสำนึกการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม 4) ผู้บริหารได้กำหนดทิศทางหรือแนวทางการปฏิบัติที่ลงลึกถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการเตรียมความพร้อมด้านวางแผน และกระบวนการพัฒนากลุ่มเกษตรกรรากหญ้าให้มีอาชีพ มีภูมิคุ้มกัน ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อันจะเอื้ออำนวยประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติต่อไป
.มีความพร้อมในการทำการวิจัยมีศักยภาพ และสถานภาพของหัวหน้าโครงการวิจัย เป็นทั้งนักวิชาการและคณาจารย์ และรวมทั้งผู้บริหาร ที่มีประสบการณ์ทำงาน ตลอดจนที่มีประสบการณ์การทำงานวิจัย การเป็นคณาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาที่อยู่ในแวดวงวิชาการ และเกี่ยวข้องกับงานวิจัยจะทำให้การดำเนินการวิจัยสำเร็จตามวัตถุประสงค์ และทีมวิจัย จำนวน 6 คน มีความรู้ความสามารถด้านการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย อันเป็นรากฐานที่สำคัญของการดำเนินการวิจัยในครั้งนี้ - อาคารสถานที่ และทรัพยากรอื่นๆที่สนับสนุนการจัดกิจกรรมต่างๆประกอบการดำเนินงานวิจัย โดยสามารถขอความอนุเคราะห์ หรือขอความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยต้นสังกัดได้.
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 7 — 7. refinement of project and/or solution and, if needed, retesting in relevant environment with relevant stakeholders
กลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องได้รับการแก้ปัญหา มีความรู้และทักษะเพิ่มขึ้น หาตลาดและการจัดจำหน่ายได้ดีขึ้น
การกระจายข่าวสาร และรวมถึงเทคโนโลยีในหน่วยงาน ยังไม่สามารถกระจายเข้าสู่ชุมชนได้ทั่วถึง ทั้งที่มีตลาดแรงงานต้องการจำนวนมาก