การบริหารจัดการการผลิตและสุขภาพปลานิลเพื่อรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเพื่อความมั่นคั่งและยั่งยืนของธุรกิจ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ภาพรวมผลผลิตเฉลี่ยปลานิลซึ่งเป็นปลาน้ำจืดเศรษฐกิจของไทยยังต่า (480 กิโลกรัม/ไร่) แม้ว่าจะมีตัวอย่างฟาร์มที่มีการบริหารจัดการที่ดี งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อสำรวจสภาพปัญหาที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยต่าง ๆ และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่มีผลต่อการผลิตปลานิล โดยลงพื้นที่สุ่มเก็บข้อมูลการเลี้ยงปลาเพื่อนำมาวิเคราะห์ผลประกอบการและหาแนวทางในการพัฒนาธุรกิจการเลี้ยงปลานิลให้มีความยั่งยืน จากการสำรวจลงพื้นที่สำรวจข้อมูลการเลี้ยงปลานิลในกระชังในเขตจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชรและตาก พบว่า เกษตรกรไม่ได้ปรับรูปแบบการเลี้ยงที่จะส่งผลให้ศักยภาพการผลิตสูงขึ้นอย่างชัดเจน มีบางรายติดตั้งเครื่องเติมอากาศแต่ยังไม่มีประสิทธิภาพในการใช้งาน เกษตรกรพบปัญหาปลาตายระหว่างการเลี้ยงแต่ไม่ได้ตรวจวินิจฉัยสาเหตุและโรคที่เกิดขึ้น ผู้เลี้ยงมีการใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อแก้ไขปัญหา หรือบางรายงดการให้อาหารจนกว่าปลาจะหยุดตาย ยังไม่มีการใช้เกลือช่วยลดความเครียดระหว่างการเลี้ยงที่ชัดเจน รวมทั้งไม่มีแบบแผนในการเปลี่ยนถ่ายน้า โรคติดเชื้อแบคทีเรีย 3 ชนิดหลักที่ตรวจพบในปลานิล ได้แก่ Flavobacterium columnare, Streptococcus agalactiae และ Aeromonas hydrophila โดยการตายของปลามักจะเกิดรอยต่อระหว่างปลายฤดูร้อนถึงฤดูฝน นับตั้งแต่เดือนมีนาคมจนถึงเดือนกรกฎาคมของทุกปี ส่วนปรสิตเห็บระฆังจะแทรกเข้ามาเมื่อปลามีความอ่อนแอ ปัญหาปลาน็อคตายยังเป็นปัญหาประจาทุกปีเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและน้ำอย่างฉับพลัน มีการรวมกลุ่มของเกษตรกรทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ เพื่อประโยชน์ในการจัดหาลูกพันธุ์ จัดซื้ออาหารสำเร็จรูปและจำหน่ายผลผลิต การขาดบริหารจัดการที่ดีตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี (GAP) ตั้งแต่โรงเพาะฟัก การอนุบาล ตลอดจนถึงกระบวนการเลี้ยงปลานิลยังมีน้อย เพราะเกษตรกรขาดแรงจูงใจที่จะพัฒนาฟาร์มให้ได้มาตรฐาน เนื่องจากราคาจำหน่ายปลานิลที่ได้มาตรฐานไม่ได้สูง ดังนั้นเพื่อให้การผลิตปลานิลเป็นไปอย่างยั่งยืน เกษตรกรควรใช้การตลาดนาการผลิต เลือกทำเลที่เหมาะสม มีการใช้สายพันธุ์ที่ดี ปล่อยลูกพันธุ์ขนาดที่โตขึ้นในอัตราที่เหมาะสมตามระบบการเลี้ยง หมั่นศึกษาข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลการเลี้ยง ปรับวิธีการเลี้ยงให้เหมาะสมตามสภาพน้ำและอากาศ