โรคติดเชื้อในปลานิลและปลาดุกเพาะเลี้ยงในเขตจังหวัดร้อยเอ็ดและมหาสารคาม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาโรคติดเชื้อของปลานิลและปลาดุกเพา:เลี้ยงในเขตจังหวัดร้อยเอ็ดและ มหาสารคาม ระหว่างเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2556 - ธันว่าคม พ.ศ. 2556 พบเชื้อปรสิต ได้แก่ เห็บ ระฆัง (Trichodina sp.),โอโอดิเนียม (Oodinium sp.), อิพิสไทลิส (Epistylis sp.),ปลิงใส (Dactylogyrus sp. และ Gyrodactylus sp.) สำหรับเชื้อแบคที่เรีย สามารถจำแนกแบคที่เรีย ได้ 6 สกุล 6 ชนิด ได้แก่ Aeromonas hydrophila, Pseudomonas sp., Enterobacter cloacae, Citrobacter freundi, Proteus mirabis และ Serratia sp. การตรวจสอบคุณภาพน้ำ พบว่า อุณหภูมิ ความเป็นกรด-ด่าง และออกซิเจนที่ละลายน้ำมีค่าเหมาะสม แต่และแอมโมเนียนั้นสูงกว่าค่า มาตรฐานสำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การเปลี่ยนแปลงทางพยธิสภาพของเนื้อเยื่อปลาป่วย พบความผิดปกติ ได้แก่ กิ่งเหงือกมี การเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ มีการม้วนตัว และรวมตัวกัน บางอันพบเยื่อบุผิวมีการหลุดลอก และพบ การตายของเซลล์ พบการตอบสนองต่อการอักเสบโดยการสร้างแกรนูโลม่าที่ไต การทดสอบค่าความเข้มข้นต่ำสุดในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย A hydrophila จำนวน 3 สาย พันธุ์ ต่อสมุนไพร 10 ชนิด พบว่า ชะพลูและหูกวาง มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ทั้ง 3 สายพันธุ์ มีค่า MIC เท่ากับ 25, 6.25 และ 6.25 mg/ml ตามลำดับ นอกจากนี้ผลของค่าความ เข้มข้นต่ำสุดในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียทั้ง 3 สายพันธุ์ พบว่า หูกวาง มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียทั้ง 3 สายพันธุ์มากที่สุด มีค่า MBC เท่ากับ 100, 12.5 และ 12.5 rาg/m ตามลำดับ รองลงมา คือ สะระแหน่ และ ชะพลู