การศึกษาคุณค่าทางโภชนาการ สารออกฤทธิ์ชีวภาพ สมบัติทางชีวเคมีในการต้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารจากส่วนต่างๆ ของน้อยหน่าเครือ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
แผนงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมสนองพระราชดําริ ในกิจกรรมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์น้อยหน่า เครือ ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดําริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี โดยศึกษาน้อยหน่าเครือ 2 สายพันธุ์ ได้แก่ Kudsura Coccinea (Lem.) A.C. Sm. ซึ่งเป็นพันธุ์ ผลใหญ่ และ Kadsura heteroclite (Roxb.) Craib ซึ่งเป็นพันธุ์ผลเล็ก ใน 2 ประเด็น คือ (1) คุณค่าทาง โภชนาการ น้ําตาล กรดอินทรีย์ สารออกฤทธิ์ชีวภาพ และฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของน้อยหน่าเครือ ผล การศึกษาพบว่าน้อยหน่าเครือทั้ง 2 พันธุ์มีใยอาหารสูง วิตามินซีสูง กรดอินทรีย์ในระดับปานกลาง แต่มีน้ําตาล ต่ํา จึงมีการปลดปล่อยน้ําตาลช้าเมื่อทดสอบโดยการจําลองการย่อยในหลอดทดลอง สารออกฤทธิ์ชีวภาพหลัก คือ สารในกลุ่มแอนโธไซยานิน ซึ่งเป็นรงควัตถุที่ให้สี ได้แก่ เดลฟินิดิน ไซยานิดิน และเคราไซยานิน สารประกอบฟีนอลิกรวมให้ค่าในทิศทางเดียวกับฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ โดยมีค่าสูงในน้อยหน่าเครือพันธุ์ผลใหญ่ กว่าพันธุ์ผลเล็ก ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของน้อยหน่าเครือมีค่าใกล้เคียงกับฝรั่ง แอปเปิ้ล กูสเบอรี่ โกจิเบอรี่ ฟิก และเคอแรนท์ นอกจากนี้ ยังพบว่าเปลือกหุ้มเมล็ดชั้นนอกของน้อยหน่าเครือมีสารออกฤทธิ์ชีวภาพ และฤทธิ์ ต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าส่วนที่กินได้ อย่างไรก็ตาม การแช่แข็ง และพื้นที่ปลูกส่งผลต่อสารต่างๆ และฤทธิ์ต้าน อนุมูลอิสระของน้อยหน่าเครือ และ (2) การศึกษาสมบัติทางชีวเคมีของสารสกัดน้อยหน่าเครือต่อการต้านการ เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังบางชนิด ได้แก่ โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคอัลไซเมอร์ และโรคชรา ผ่านการยับยั้งการทํางานของเอนไซม์ที่ควบคุมโรคเหล่านี้ ผลการทดสอบพบว่าน้อยหน่าเครือมีฤทธิ์ต้าน โรคเบาหวานผ่านการยับยั้งเอนไซม์แอลฟา-กลูโคซิเดส โรคความดันโลหิตสูงผ่านการยับยั้งแองจิโอเทนซินคอนเวอร์ติง เอนไซม์ โรคอัลไซเมอร์ผ่านการยับยั้งเอนไซม์โคลินเอสเทอเรส และเอนไซม์เบต้า-ซีครีเทส และ โรคชราผ่านการยับยั้งปฏิกิริยาไกลเคชั่นได้ดี ส่วนผลกระทบของปัจจัยภายนอก ได้แก่ พื้นที่ป่า ช่วงเวลาการ เก็บผลน้อยหน่าเครือ และสภาวะการเก็บรักษา พบว่าส่งผลโดยตรงต่อสมบัติทางชีวเคมี ดังนั้น จึงควรมี งานวิจัยต่อยอดที่แสดงให้เห็นถึงผลกระทบของสภาพแวดล้อมของพื้นที่เก็บตัวอย่าง เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการ ประยุกต์ใช้ในเชิงเกษตรกรรมสําหรับการอนุรักษ์ และเพิ่มผลผลิตของน้อยหน่าเครือให้เพียงพอต่อความ ต้องการของผู้บริโภคในอนาคต นอกจากนี้ ยังควรศึกษาสภาวะการเก็บรักษาของน้อยหน่าเครือที่เหมาะสม เพื่อนํามาพัฒนาต่อยอดสําหรับการผลิตอาหารเพื่อสุขภาพจากน้อยหน่าเครือต่อไป จากงานวิจัยนี้ แสดงให้ เห็นถึงศักยภาพของน้อยหน่าเครือในแง่ของประโยชน์เชิงสุขภาพ จึงควรส่งเสริมให้มีการวิจัยต่อเนื่อง และ สมบูรณ์ รวมถึงการนํามาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพต่อไป อย่างไรก็ตาม น้อยหน่าเครือที่พบยังมีปริมาณ น้อย จึงต้องเร่งสร้างจิตสํานึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่น เพื่อให้คงอยู่ในชุมชนต่อไป