การศึกษาสมบัติทางชีวเคมีในการต้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรังจากน้อยหน่าเครือ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษานี้เป็นการสนองพระราชดำริในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีด้วยการร่วมมือกันระหว่างนักวิจัย และชุมชนท้องถิ่นในการศึกษาสมบัติทางชีวเคมีของสารสกัดน้อยหน่าเครือต่อการต้านการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังบางชนิดอันได้แก่ โรคอ้วน(เอนไซม์ไลเปส)โรคเบาหวาน(เอนไซม์แอลฟ่า–กลูโคซิเดสและเอนไซม์แอลฟ่า–อะไมเลส) โรคความดันโลหิตสูง(แองจิโอเทนซิน–คอนเวอร์ติง เอนไซม์) โรคอัลไซเมอร์(เอนไซม์โคลินเอสเทอเรสและเอนไซม์เบต้า–ซีครีเทส)และโรคชรา (ปฏิกิริยาไกลเคชั่นและเอนไซม์ไทโรซิเนส) ผ่านการยับยั้งการทำงานของปฏิกิริยาที่ใช้และไม่ใช้เอนไซม์ที่ควบคุมโรคเหล่านี้ โดยคัดเลือกผลน้อยหน่าเครือที่สามารถนำมาทำการวิจัยทั้งหมด 2 สายพันธุ์ จำนวน 4 ชนิด ได้แก่ KAD–011, KAD–055, KAD–022 และ KAD–050โดย KAD–011 ซึ่งเป็นพันธุ์ผลเล็กมีสายพันธุ์ Kadsura heteroclita(Roxb.) Craibส่วน KAD–022, KAD–050และKAD–055 ซึ่งเป็นพันธุ์ผลใหญ่มีสายพันธุ์ Kadsuracoccinea (Lem.) A. C. Sm จากผลการวิเคราะห์โดยรวมพบว่าน้อยหน่าเครือมีฤทธิ์ต้านโรคเบาหวาน (ผ่านการยับยั้งเอนไซม์แอลฟ่า–กลูโคซิเดส) โรคความดันโลหิตสูง (ผ่านการยับยั้งแองจิโอเทนซิน–คอนเวอร์ติง เอนไซม์) โรคอัลไซเมอร์ (ผ่านการยับยั้งเอนไซม์โคลินเอสเทอเรสและเอนไซม์เบต้า–ซีครีเทส) และโรคชรา (ผ่านการยับยั้งปฏิกิริยาไกลเคชั่น) ได้ดีโดยตัวอย่างน้อยหน่าเครือพันธุ์ผลใหญ่มีแนวโน้มต้านโรคเบาหวานโรคอัลไซเมอร์ และโรคชราได้ดีกว่าน้อยหน่าเครือพันธุ์ผลเล็ก ในทางกลับกัน พบว่าน้อยหน่าเครือพันธุ์ผลเล็กมีแนวโน้มที่จะมีฤทธิ์ต้านโรคอ้วน และความดันโลหิตสูงได้ดีกว่าน้อยหน่าเครือพันธุ์ผลใหญ่ ซึ่งจากการเปรียบเทียบสมบัติทางชีวเคมี และลักษณะสีของน้อยหน่าเครือพันธุ์ผลใหญ่ พบว่าน้อยหน่าเครือที่มีเปลือกหุ้มเมล็ดชั้นในสีเข้มมีแนวโน้มที่จะมีสมบัติทางชีวเคมีดีกว่าน้อยหน่าเครือที่มีเปลือกหุ้มเมล็ดชั้นในสีอ่อน นอกจากนี้ ยังพบว่าส่วนเปลือกหุ้มเมล็ดชั้นนอกของน้อยหน่าเครือมีแนวโน้มในการต้านโรคได้ดีกว่าส่วนเปลือกหุ้มเมล็ดชั้นใน ส่วนการวิเคราะห์ผลกระทบของปัจจัยภายนอก (พื้นที่ และช่วงเวลาการเก็บผลน้อยหน่าเครือ) ต่อสมบัติทางชีวเคมีพบว่าไม่สามารถบ่งชี้ถึงผลกระทบของพื้นที่ และช่วงเวลาการเก็บผลน้อยหน่าเครือได้โดยตรง เนื่องจากตัวอย่างถูกเก็บรักษาในสภาวะที่แตกต่างกัน ซึ่งสภาวะการเก็บรักษาอาจส่งผลทำให้สมบัติทางชีวเคมีของน้อยหน่าเครือแตกต่างกันได้ด้วย จึงควรมีงานวิจัยต่อเนื่องที่แสดงให้เห็นถึงผลกระทบของสภาพแวดล้อมของพื้นที่การเก็บตัวอย่าง โดยไม่มีปัจจัยภายนอกอื่นๆ มารบกวน และศึกษาสภาวะการเก็บรักษาของน้อยหน่าเครือที่เหมาะสมเพื่อนำมาพัฒนาต่อยอดสำหรับการผลิตอาหารเพื่อสุขภาพจากน้อยหน่าเครือต่อไป