การคัดเลือกจุลินทรีย์ที่มีความสามารถในการย่อยไฟเตทในกากถั่ว เหลืองสำหรับผลิตอาหารสัตว์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
กากถั่วเหลืองเป็นแหล่งโปรตีนจากพืชที่มีคุณภาพสูงและถูกนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์อย่างแพร่หลาย อย่างไรก็ตามกากถั่วเหลืองมีองค์ประกอบของไฟเตท (กรดไฟติก) ซึ่งเป็นตัวขัดขวางภาวะทางโภชนาการ มีผลทำให้การดูดซึมและการใช้ประโยชน์จากธาตุอาหารของสัตว์ลดลง โดยเฉพาะในสัตว์กระเพาะเดี่ยวซึ่งไม่สามารถย่อยไฟเตทได้ เนื่องจากขาดเอนไซม์ไฟเตส ดังนั้นวัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้คือคัดเลือกแบคทีเรียที่มีความสามารถในการย่อยไฟเตทในกากถั่วเหลือง โดยเก็บตัวอย่างดิน มูลสัตว์ และผลิตภัณฑ์อาหารหมักรวมทั้งสิ้น 53 ตัวอย่าง สามารถแยกแบคทีเรียที่สามารถย่อยไฟเตทได้ในอาหารแข็งที่มีไฟเตทเป็นองค์ประกอบได้ทั้งสิ้น 15 ไอโซเลท และได้คัดเลือกไอโซเลท T6 ซึ่งสามารถผลิตไฟเตสได้สูงสุดในอาหารเหลว (25.26 ยูนิตต่อมิลลิลิตร) เพื่อศึกษาสภาวะการหมักกากถั่วเหลืองแบบอาหารแข็ง พบว่าสภาวะที่เหมาะสมในการหมักกากถั่วเหลืองที่ส่งผลให้ไฟเตทลดลงมากที่สุด คือ ความชื้นร้อยละ 50 อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส และ ความเป็นกรด-ด่างในช่วง 5.5 ถึง 7.5 โดยสามารถลดปริมาณไฟเตทในกากถั่วเหลืองเริ่มต้นได้ประมาณร้อยละ 19-20 หลังจากการหมักเป็นเวลา 5 วัน นอกจากนี้การเติมเกลือโลหะ ได้แก่ MgSO4 MnSO4 CaCl2 และ NaCl ที่ความเข้มข้น 0.1% (w/w) ไม่ช่วยส่งเสริมการลดปริมาณไฟเตทในการหมักกากถั่วเหลือง จากการจัดจำแนกชนิดของแบคทีเรีย พบว่าไอโซเลท T6 จัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียผลิตกรดแลคติก และระบุได้เป็น Enterococcus faecium จากการวิเคราะห์ลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีน 16S rDNA ซึ่งให้ค่าความเหมือนร้อยละ 99.7 จากผลการวิจัยนี้สามารถเป็นแนวทางหนึ่งที่น่าสนใจในการลดปริมาณไฟเตทในกากถั่วเหลืองโดยตรงด้วยแบคทีเรียที่มีความปลอดภัย รวมทั้งมีราคาถูก และสามารถเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการของกากถั่วเหลืองสำหรับผลิตอาหารสัตว์