กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
วัตถุประสงคข์องงานวิจัยนี้เพื่อหาวิธีการที่เหมาะสมในการสกัด สารแอนทราควิโนนจากรากยอฝักคูน และใบขี้เหล็กโดยใช้การสกัด 2 วิธีคือ วิธีที่ 1 สกัดด้วยตัวทำละลาย 70%, 80% และ 95% (v/v) เอทานอล ใช้เครื่องสกัดแบบซอกห์เลต และวิธีที่ 2 สกัดโดยการต้มด้วยน้ำ ตรวจสอบสารแอนทราควิโนนด้วยปฏิกิริยา Brontrager และวิเคราะห์ปริมาณสารแอนทราควิโนน โดยเปรียบเทียบกับตัวทำละลายทั้งสองวิธีด้วยเทคนิคยูวี-วิสิเบิล สเปกโทรโฟโตเมตรีที่ความยาวคลื่น 325 นาโนเมตร พบปริมาณสารแอนทราควิโนนมากที่สุดที่ 70%(v/v) เอทานอล ของฝักคูนเท่ากับ 193.79 mg/g พืชแห้ง สำหรับการสกดัสารเมธิลแอนทรานิเลทจากพืชสมุนไพร ได้แก่ ขิงข่า และตะไคร้ ด้วยตัวทำละลาย 2 ชนิดคือ 1 % (v/v) กรดซัลฟูริกในเมทานอล และ 1 M กรดซัลฟูริกในน้ำ ด้วยวิธีการสกัดในอ่างอัลตร้าโซนิคเป็นเวลา 20 นาที และนำสารสกัดที่ได้ไปวัดค่าการดูดกลืนแสงที่ความยาวคลื่น 273 นาโนเมตร พบว่า สารสกัดที่มีปริมาณสารเมธิลแอนทรานิเลทมากที่สุดคือข่า เท่ากับ 6.813 %w/w พืชสดรองลงมาคือ ตะไคร้และขิง เท่ากับ 1.349 และ 0.606 %w/w พืชสด ด้วย 1% (v/v) กรดซัลฟูริกในเมทานอล ตามลำดับ และจากการศึกษาการวิเคราะห์สารเมธิลแอนทรานิเลทดว้ยปฏิกิริยาไดอะโซไทเซชัน ผลของการวิเคราะห์ค่าร้อยละผลผลิตสารมาตรฐานเมธิลแอนทรานิเลทเท่ากับ 52 เปอร์เซนต์ และสามารถพิสูจน์เอกลกัษณ์ของปฏิกิริยาไดอะโซไทเซ ชันด้วยเทคนิค FTIR และตรวจสอบความบริสุทธิ์ของสารสกัดด้วยวิธีทินเลเยอร์โครมาโทกราฟฟีได้