Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

การศึกษาสารสำคัญและฤทธิ์ของตำรับยาเบญจกูลในการยับยั้งเซลล์มะเร็งท่อน้ำดี

กัญญารัตน์ เดือนหงาย มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

เบญจกูล พิกัดยาไทย ประกอบด้วยสมุนไพร 5 ชนิด ได้แก่ ดีปลี รากช้าพลู เถาสะค้าน รากเจตมูลเพลิงแดง และขิง ในทางการแพทย์แผนไทย ใช้ยาในการทำให้องค์ประกอบหลักทั้งห้าอยู่ในสภาวะสมดุล และควบคุมการทำงานทางสรีรวิทยาภายในร่างกายมนุษย์ เพื่อคืนความสมดุล การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสารสำคัญจากตำรับยาเบญจกูลโดยการสกัดสารสำคัญซึ่งใช้วิธีทางเคมี (Ethanolic Extract) และนำมาวิเคราะห์สารสำคัญโดยใช้เทคนิค Nuclear Magnetic Resonance (NMR) ซึ่งเป็นวิธีวิเคราะห์ที่มีความถูกต้อง แม่นยำสูง ผลการวิจัยพบว่าจากการสกัดสารสำคัญจากสมุนไพรทั้ง 5 ชนิด และตำรับยาเบญจกูล พบว่าเมื่อทำการสกัดโดยแช่หมักด้วยตัวทำละลาย 95% เอทานอลจะได้ร้อยละของสารสกัดหยาบเรียงลำดับจากน้อยไปหามากได้ดังนี้ รากช้าพลู (5.6%), เถาสะค้าน (6.2%), เหง้าขิงแห้ง (7.4%), ตำรับเบญจกูล (9.6%), ดีปลี (11.4%) และรากเจตมูลเพลิงแดงมากที่สุด (15.9%) การวิเคราะห์ผล Metabolic profiling ขององค์ประกอบต่างๆของตำรับยาเบญจกูลวิเคราะห์ผลโดยใช้ R statistical software ส่วนการวิเคราะห์พหุตัวแปร (multivariate analysis) ได้แก่ principal component analysis และ orthogonal projections to latent structures (OPLS) จะใช้ Metabom8 package โดยกำหนด Pareto scaling ในการวิเคราะห์ข้อมูล และทำการระบุชนิดของสาร เมแทบอไลท์ (metabolite identification) ด้วยสถิติ statistical total correlation spectroscopy (STOCSY) จากการวิเคราะห์พบว่าสารเมแทบอไลท์ในแต่ละสารสกัดมีความแตกต่างกัน ซึ่งมีสารที่พบได้เหมือนกันคือ 1) ketobutyric acid 2) propionic acid 3) lysine acetic acid 4) glutarate succinic acid 5) pyruvic acid และ 6) aspartate เป็นองค์ประกอบเหมือนกัน แต่พบว่าในสารสกัดดีปลีและเถาสะค้าน พบว่ามี 1) piperine 2) flavonoids 3) myricetin 4) coumaric acid และ 5) gallic acid ในขิงพบว่ามีสารกลุ่ม 1) phenolics เช่น chlorogenic acid และ lignin (-OMe) ส่วนในเจตมูลเพลิงแดง พบว่ามีสาร ketobutyric acid ในปริมาณที่สูง

คำสำคัญ

Cytotoxicityมะเร็งท่อน้ำดีสารสำคัญBenjakulActive Compoundตำรับยาเบญจกูลฤทธิ์ยับยั้งcholangiocarcinoma cancer

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การสำรวจและทดสอบหาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อโปรโตซัวและฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง

อุมาพร ทาเสนาะ รุ่งสุริยะวิบูลย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2555

การพัฒนาสารสกัดหม่อนที่มีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง

อ้อมบุญ วัลลิสุต มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2552

ประสิทธิผลและความปลอดภัยของตำรับยาแก้มะเร็ง (เบญจอำมฤตย์)

อัญชลี ไชยสัจ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พ.ศ. 2556

โครงการวิจัย"การศึกษาฤทธิ์ต้านมะเร็งของสารผลิตภัณฑ์ะรรมชาติและสารสังเคราะห์ที่เป็นอนุพันธ์ของสติลบีน"ในชุดโครงการวิจัยแบบมุ่งเป้า สมุนไพรยารักษาโรคและสารเสริมสุขภาพ

มนทกานติ์ จิตต์แจ้ง สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ พ.ศ. 2553

การศึกษา molecular modeling ของสารบริสุทธิ์ ที่ได้จากสมุนไพร ซึ่งมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง

จิรภรณ์ อังวิทยาธร ภาควิชาเภสัชเคมี มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2551

การควบคุมมาตรฐาน การเตรียมสารสกัดและผลิตภัณฑ์ ยาตำรับเบญจกูลเพื่อใช้ในการวิจัย

อรุณพร อิฐรัตน์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2560

การศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็ง และความเป็นพิษต่อเซลล์ปกติของน้ำหมักชีวภาพจากสมุนไพรไทย

วรินทร รักษ์ศิริวณิช มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2557

การสกัด แยกบริสุทธิ์ และศึกษาความคงตัวทางเคมีของสารสกัดสมุนไพรพื้นบ้านไทย เพื่อใช้สำหรับผมหงอกก่อนวัย

ลักษณา เจริญใจ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2552

ฤทธิ์ต้านมะเร็งของสารสกัดหยาบจากพืชวงศ์กระดังงาต่อเซลล์เชื้อสายมะเร็งบางชนิดในมนุษย์

ภัทรพล ลีธนัชอุดม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2560

การศึกษาคุณสมบัติในการป้องกันการเกิดมะเร็งของพืชสมุนไพรไทยบางชนิดในตำรับยาไทยพื้นบ้าน

ไพบุลย์ นันทนากรณ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2555