Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2556

ประสิทธิผลและความปลอดภัยของตำรับยาแก้มะเร็ง (เบญจอำมฤตย์)

อัญชลี ไชยสัจ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พ.ศ. 2556

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสารสกัดตํารับยาเบญจอํามฤต รวมทั้งควบคุมคุณภาพ มาตรฐานของวัตถุดิบสมุนไพรที่ใช้ในการทําสารสกัดตํารับยาเบญจอํามฤต พร้อมทั้งศึกษาฤทธิ์ ความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดสมุนไพรเดี่ยวและตํารับยาเบญจ อํามฤตทั้ งชั้ นนํ้ าและชั้นเอทานอล 95% ผลการทดลองของตํารับยาเบญจอํามฤต พบว่าตํารับยาเบญจอํามฤตมีค่าปริมาณความชื้น สูงกว่ามาตรฐานเพราะมีดีเกลือเป็ นส่วนประกอบ ดีเกลือมีปริมาณเถ้าทั้ งหมดและเถ้าที่ไม่ละลายใน กรดสูงที่สุด คือ 54.796% และ 3.724% ตามลําดับ สําหรับการวิเคราะห์การปนเปื้อนโลหะหนักของ วัตถุดิบสมุนไพร ทั้ ง 9 ชนิด ไม่พบว่ามีสมุนไพรที่มีปริมาณโลหะหนักเกินมาตรฐานที่กําหนด และ การวิเคราะห์ปริ มาณสารสําคัญด้วยแก๊สโครมาโตกราฟี พบว่าสารที่มีปริ มาณสูงสุด คือ สาร Androsterene เมื่อสกัดสารสกัดตํารับยาเบญจอํามฤตด้วยเอทานอล 95% และชั้นนํ้ า พบว่าสารสกัด มีปริมาณคิดเป็ น 34.10 และ11.18 ตามลําดับ ผลการศึกษาฤทธิ์ความเป็ นพิษต่อเซลล์มะเร็งจํานวน 5 ชนิด เซลล์มะเร็ งตับ (HepG2) เซลล์มะเร็งลําไส้ (LS-174T) เซลล์มะเร็ งปอด (COR-L23) เซลล์มะเร็งปากมดลูก (Hela) เซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก (PC3) และและเซลล์ปอดปกติ (MRC-5) ด้วยวิธี SRB Assay พบว่าสารสกัดที่มีค่า IC50 ตํ่าที่สุดในทุกเซลล์มะเร็ง คือรงทอง รองลงมา คือ สารสกัดตํารับยาเบญจอํามฤตชั้นเอทานอล 95% (IC50 น้อยกว่า 1 ?g/ml และ 0.4-5.2 ?g/ml ตามลําดับ) ซึ่งเมื่อนํามาทดสอบกับเซลล์ปกติ ซึ่งเป็ นเซลล์ปอดปกติพบว่ามีเพียงรงทอง และสาร สกัดตํารับยาเบญจอํามฤตชั้นเอทานอล95% เท่านั้น ที่มีความเป็ นพิษกับเซลล์ปกติคือ มีค่า IC50 เท่ากับ น้อยกว่า1 และ 5.95 ?g/ml ตามลําดับ สารสกัดเบญจอํามฤต มีผลต่อมะเร็งตับมากที่สุดคือ IC50 เท่ากับ 0.406 ?g/ml และมีค่า specific index เท่ากับ 14.67 ส่วนผลการศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูล อิสระของสารสกัดเดี่ยวและสารสกัดตํารับยาเบญจอํามฤตทั้งชั้นนํ้าและชั้นเอทานอล 95% เมื่อ เปรียบเทียบกับสารมาตรฐาน BHT ที่มีค่า EC50 เท่ากับ 16.737 ?g/ml พบว่าสารสกัดตํารับไม่มีฤทธิ์ ต้านอนุมูลอิสระ แต่ยาเดี่ยวที่เป็ นส่วนประกอบมีฤทธิ์ดีกว่าสารมาตรฐาน คือ ยาดํา และขิงแห้งชั้น เอทานอล95% ซึ่งมีค่า EC50 เท่ากับ 8.934 และ 16.299 ?g/ml ตามลําดับ จากผลการทดลองพบว่า ตํารับยาเบญจอํามฤตสามารถยับยั้ งเซลล์มะเร็งดีโดยเฉพาะมะเร็งตับดีที่สุด แต่ก็อาจมีผลกับเซลล์ ปกติเช่นกัน จึงควรมีการศึกษาเพิ่ มเติมหากต้องการนําตํารับนี้ไปใช้ในการรักษาผู้ป่ วยมะเร็ง แต่ อย่างไรก็ตามผลการศึกษาได้สนับสนุนการใช้ตํารับยาเบญจอํามฤตในการรักษามะเร็งตับของหมอ พื้นบ้าน

คำสำคัญ

CancerSafetyThai Traditional Medicine(Benjaammarit)(ภาษาไทย) ประสิทธิผล ความปลอดภัย มะเร็ง ตำรับยาไทย (เบญจอำมฤตย์) (ภาษาอังกฤษ) Efficacy

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

โครงการวิจัย"การศึกษาฤทธิ์ต้านมะเร็งของสารผลิตภัณฑ์ะรรมชาติและสารสังเคราะห์ที่เป็นอนุพันธ์ของสติลบีน"ในชุดโครงการวิจัยแบบมุ่งเป้า สมุนไพรยารักษาโรคและสารเสริมสุขภาพ

มนทกานติ์ จิตต์แจ้ง สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ พ.ศ. 2553

ประสิทธิผลและความปลอดภัยของตำรับยาสมุนไพรจากภูมิปัญญาไทยที่มีคุณภาพและมาตรฐาน ในการรักษาโรคมะเร็ง

กุลธนิต วนรัตน์ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พ.ศ. 2564

การศึกษาประสิทธิผลและความปลอดภัยของตำรับยาแก้มะเร็ง(ฝีมะเร็งทรวง) ในผู้ป่วยมะเร็ง ปอดระยะที่ 1(ดำเนินการแทนโครงการการศึกษาประสิทธิผลและความปลอดภัยของตำรับยาอนันตคุณแก้ประจำเดือนไม่ปกติ)

ปารัณกุล ตั้งสุขฤทัย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พ.ศ. 2556

โครงการวิจัย “การพัฒนาสารผลิตภัณฑ์ธรรมชาติในกลุ่ม ลาเมลลารินที่มีศักยภาพเป็นสารต้านมะเร็ง” ในชุดโครงการวิจัยแบบมุ่งเป้า สมุนไพร ยารักษาโรคและสารเสริมสุขภาพ

มนทกานติ์ จิตต์แจ้ง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ พ.ศ. 2558

การศึกษาสารสำคัญและฤทธิ์ของตำรับยาเบญจกูลในการยับยั้งเซลล์มะเร็งท่อน้ำดี

กัญญารัตน์ เดือนหงาย มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2564

การพัฒนายารักษาโรคมะเร็งจากฐานข้อมูลตำรับยาสมุนไพรล้านนา

จีรเดช มโนสร้อย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2551

การประยุกต์ใช้แบบจำลองทางเภสัชจลนศาสตร์เชิงสรีรวิทยาในการค้นคว้าและพัฒนายาเคมีบำบัดสำหรับมะเร็ง

ีรฉัตร แซ่เฮ่ง พ.ศ. 2561

การศึกษาประสิทธิภาพสารสกัดจากผักจิงจูฉ่าย (Artemisia lactiflora) ในการต้านและยับยั้งมะเร็งเพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม

นรินทร์ ช่างกลึงเหมาะ มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2564

การศึกษาสารต้านมะเร็งจากแหล่งธรรมชาติและจากการสังเคราะห์

บดินทร์ ชิตกุล มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2551

การสำรวจและทดสอบหาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อโปรโตซัวและฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง

อุมาพร ทาเสนาะ รุ่งสุริยะวิบูลย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2555