กลไกการออกฤทธิ์ของสารสกัดลูปินิฟอลิน จากลำต้นชะเอมเหนือต่อการต้านเชื้อสแตฟฟิโลคอคคัส ออเรียส ที่ดื้อต่อยาเมทิซิลลิน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ในการศึกษานี้เป็นการศึกษาฤทธิ์ของสารลูปินิฟอลิน ซึ่งเป็นสารที่มีโครงสร้างอยู่ในกลุ่ม prenylated flavonoid ที่สกัดได้จากลาต้นชะเอมเหนือ (Derris reticulata) ตรวจความถูกต้องด้วยวิธี NMR สเปกตรัม และตรวจยืนยันด้วยการตรวจมวลสาร (Mass spectrometry) สารลูปิ นิฟอลินถูกเตรียมโดยละลายใน 0.1 N NaOH และละลายทันทีในอาหารเลี้ยงเชื้อ M?ller-Hinton สำหรับการทดสอบการต้านเชื้อแบคทีเรีย Methicillin resistant Staphylococcus aureus (MRSA) จำนวน 3 สายพันธุ์ ได้แก่ MRSA 4738 , MRSA 20646 และ MRSA 20649 จากการทดสอบด้วยวิธีtwo-fold microdilution พบวา่ สารลูปินิฟอลินออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ MRSA ทั้ง 3 สายพันธุ์ด้วยค่าความเข้มข้น ต่ำสุดในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย (MIC) และค่าความเข้มข้น ต่ำสุดในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (MBC) เท่ากับ 32 และ 64 ไมโครกรัม / มิลลิลิตร ตามลำดับ นอกจากนี้เมื่อทำการศึกษากลไกการออกฤทธิ์ของสารลูปินิฟอลินต่อเชื้อ MRSA จากภาพถ่ายของกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่าน เพื่อสังเกตโครงสร้างขนาดเล็กภายในเซลล์แบคทีเรียแสดงให้เห็นว่า ลูปินิฟอลินทำให้เกิดการฉีกขาดของเยื่อหุ้มเซลล์ และผนังเซลล์เนื่องจากการออกฤทธิ์ที่รวดเร็วแสดงให้เห็นว่าลูปินิฟอลินน่าจะออกฤทธิ์ทำลายเยื้อหุ้มเซลล์ โดยตรง สมมติฐานนี้ได้รับการพิสูจน์ยืนยันด้วยวิธี Flow cytometer ใช้สี Propidium iodide (PI) เป็นสารบ่งชี้ในการทดสอบ ผลการศึกษาพบว่า การซึมผ่านเข้าออกเซลล์ของปริมาณสี PI ซึ่งบ่งชี้ให้เห็นความสมบูรณ์ของเยื่อหุ้มเซลล์ของแบคทีเรียมีการถูกทำลายอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับยา Ampicillin และเซลล์ปกตินอกจากนี้เมื่อทดสอบผลของสารลูปิ นิฟอลินต่อโครงสร้างของ DNA พบว่า สารลูปินิฟอลินไม่ก่อให้เกิดการ Autolysis เมื่อเปรียบเทียบกับ Triton-X และเพื่อเป็นการยืนยันว่า สารลูปินิฟอลินมีกลไกการออกฤทธิ์ยับยั้งหน้าที่ของเยื่อหุ้มเซลล์มากกว่ายับยั้งการสร้างผนังเซลล์จึงทดสอบการแสดงออกของยีน Drp35 ซึ่งเป็นยีนที่จะแสดงออกมาเมื่อมีการขัดขวางการทำงานที่ผนังเซลล์ด้วยวิธี Polymerase chain reaction (PCR) พบว่า ไม่พบการแสดงออกของยีน Drp35 ในเชื้อ MRSA จากผลการศึกษาสรุปได้ว่า ลูปินิฟอลินมีกลไกการออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อ MRSA โดยการทำลายเยื่อหุ้มเซลล์จากการศึกษาในครั้งนี้สารลูปินิฟอลินน่าจะมีกลไกการออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเยื่อหุ้มเซลล์สามารถใชเ้ป็นสารสำคัญ ในการต้านเชื้อ MRSA ได้