กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ศึกษาองค์ประกอบทางเคมีจากดอกตูมของต้นตะแบกนา พบสารที่เคยรายงานโครงสร้างมาแล้ว 7 สาร คือ Betulinic acid (1) Ursolic acid (2) 5,7-Dimethoxyapigenin (3) Luteolin (4) Gallic acid (5) 3,3-Di- O-methylel- lagic acid (6) และ 3,3,4-Di-O-methylellagic acid (7) การวิเคราะห์หาโครงสร้างของสารอาศัยข้อมูลทางสเปคโตรสโกปีและเปรียบเทียบข้อมูลกับสารที่เคยรายงานมาแล้ว การทดสอบฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ แอลฟ่ากลูโคซิเดส พบว่าสาร 4 มีศักยภาพในการยับยั้งเอนไซม์ชนิดนี้ด้วยค่า ICs, เท่ากับ 58.12 ug/ml ในขณะที่สาร 1 และ 2 มีฤทธิ์ปานกลางในการยั้บยั้งโดยให้ค่า IC50 เท่ากับ 123.40 และ 108.01 ug/ml ตามลำดับในขณะที่สาร 3 มีเปอร์เซนต์การยับยั้งเอนไซม์ชนิดนี้เท่ากับ 57.18 ที่ความเข้มข้น 400 ug/ml และจากผลการศึกษาโมเลกุลาร์ด็อกกิงของ สาร 1 2 และ 4 กับเอนไซม์แอลฟากลูโคซิเดสที่อยู่ในบริเวณการจับของเอนไซม์ที่มีรหัส PDB 3A4A จากฐานข้อมูลโครงสร้างโปรตีน ผลการศึกษาพบว่าสาร 1 2 และ 4 ให้ค่าพลังงานยืดเหนี่ยวที่ดีและสอดคล้องกับผลการทดลอง
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 4 — 4. Key elements demonstrated in laboratory environments
เมื่องานวิจัยเสร็จสิ้นก็จะทำให้ทราบว่าสารบริสุทธิ์ตัวใดที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ ?-กลูโคซิเดส อนุมูลอิสระ เชื้อแบคทีเรียได้ และทราบกลไกการออกฤทธิ์ของสารบริสุทธิ์ต่อเอนไซม์ชนิดนี้ ซึ่งจะทำให้ได้ข้อมูลที่สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดไปเป็นยารักษาโรคเบาหวาน และยายับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้ในอนาคต และยังได้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าและสระผมที่เตรียมจากน้ำมันธรรมชาติที่ผสมสารสกัดดอกตะแบกนา ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่เตรียมได้จากธรรมชาติและไม่มีส่วนผสมของสารลดแรงตึงผิวจากอุตสาหกรรม
งานวิจัยนี้ได้มีการศึกษาฤทธิ์ต้านเอนไซม์ ?-กลูโคซิเดส อนุมูลอิสระ และยับยั้งเชื้อแบคทีเรียจากสารสกัดหยาบจากดอกตูมและกิ่งตะแบกนาในเบื้องต้น ซึ่งก็พบว่าสารสกัดบางตัวมีศักยภาพในการยับยั้งเอนไซม์ ?-กลูโคซิเดส อนุมูลอิสระ และเชื้อแบคทีเรียได้ ผลการทดสอบดังตารางที่ 1 ดังนั้นจึงต้องนำส่วนสกัดหยาบจากดอกตูมและกิ่งตะแบกนาแบกนามาศึกษาเชิงลึกต่อไป ว่าสารตัวใดที่สามารถยับยั้งเอนไซม์ ?-กลูโคซิเดส อนุมูลอิสระ และเชื้อแบคทีเรียได้ พร้อมศึกษากลไกการออกฤทธิ์ของสารบริสุทธิ์ต่อเอนไซม์ ?-กลูโคซิเดส เพื่อสามารถนำไปปรับปรุงโครงสร้างสารเพื่อเพิ่มฤทธิ์ในการยับยั้งเอนไซม์ชนิดนี้ นอกจากนี้สารสกัดหยาบจากดอกตะแบกยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและชะลอความเหี่ยวย่นได้ดี ดังนั้นผู้วิจัยจึงนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลใบหน้าและเส้นผม โดยเตรียมหัวเชื้อสบู่เหลวและแชมพูจากน้ำมันธรรมชาติ (น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก เป็นต้น) โดยใช้ปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชัน
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. initial testing of proposed solution(s) together with relevant stakeholders
ได้องค์ความรู้ใหม่เกี่ยวกับสมุนไพรในการรักษาหรือบรรเทาโรคต่างๆและนำองค์ความรู้นี้ไปพัฒนาเป็นยารักษาเบาหวาน อัลไซม์เมอร์ หรือยาที่ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อยาได้ และยังได้ต้นแบบผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพผิวและเส้นผมที่มาจากดอกตูมและกิ่งตะแบกนา ดังนั้นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ภายในประเทศ โดยเฉพาะพืชประจำท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุดถือเป็นยุทธศาสตร์ การพัฒนาประเทศที่สำคัญยิ่ง โดยเป็นการเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่ายทางด้านสาธารณสุขเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาความยากจนและเสริมสร้างความเป็นอยู่ของคนไทยให้ยั่งยืนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ในปัจจุบันทั่วโลกนี้กำลังเข้าสู่สังคมผูสูงอายุจึงทำให้มีโรคต่างๆของผู้สูงอายุ ตามมาไม่ว่าจะเป็นเบาหวานหรืออัลไซเมอร์ที่ล้วนส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุ ซึ่งยาที่ใช้ในการรักษาโรคเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็มีผลข้างเคียง ดังนั้นการคนหาตัวยาใหม่ๆเพื่อรักษา บรรเทาโรคและลดผลข้างเคียงก็น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะยาที่มาจากสมุนไพรไทย นอกจากนี้ในปัจจุบันยังพบว่ากระแสของผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพผิวและเส้นผมที่มาจากธรรมชาติกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงนำสารสกัดจากดอกตูมตะแบกมามาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพผิวและเส้นผมโดยใช้น้ำมันธรรมชาติและไม่ใช้สารลดแรงตึงผิวจากอุตสาหกรรม