การสังเคราะห์ยาออกซาซิลินที่มีฉลากฟลูออเรสเซ้นต์เพื่อการตรวจหาแบคทีเรียที่ดื้อยาออกซาซิลิน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การดื้อยาปฏิชีวนะเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญระดับโลก โดยหนึ่งในกระบวนการที่เป็นเป้าหมายของยาปฏิชีวนะก็คือการสังเคราะห์ผนังเซลล์ของแบคทีเรีย โปรตีนกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า penicillin-binding proteins หรือ PBPs ทำหน้าที่ในการสังเคราะห์ผนังเซลล์ของแบคทีเรียในขั ้นตอนท้าย ๆ และเป็นเป้าหมายของยาเพนนิซิลิน ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะชนิดแรกของมนุษย์ ยาออกซาซิลินจัดอยู่ในกลุ่มเบตาแลคแทมและใช้ในการรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียอย่างแพร่หลาย โดยยาชนิดนี้เหมาะสมกับการรักษาการติดเชื้อจากแบคทีเรียแกรมบวก งานวิจัยนี้ได้ทำการพัฒนาวิธีการตรวจหาเชื้อแบคทีเรียชนิดแกรมบวกที่ดื้อ และไม่ดื้อยาออกซาซิลินโดยใช้การติดฉลากฟลูออเรสเซ้นต์ โดยทำการวิเคราะห์หาตำแหน่งที่เหมาะสมในการติดตั้งฉลากฟลูออกเรสเซ้นต์ผ่านการวิเคราะห์ประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ของอนุพันธ์ของออกซาซิลินที่มีหมู่เมทอกซีที่ตำแหน่งออร์โทเมตา และพารา บนวงอะโรแมติกของยาออกซาซิลิน โดยการสังเคราะห์อนุพันธ์ดังกล่าวเริ่มจากการใช้สาร 2-,3-, และ 4-hydroxybenzaldehydeซึ่งหาซื้อได้ และมีปฏิกิริยาสำคัญคือการสร้างออกซีม การทำคลอริเนชันการสร้างวงไอซอกซาโซล และสุดท้ายคือการสร้างพันธะเอไมด์กับสาร 6-aminopenicillanic acid หรือ 6-APA โดยพบว่าได้สารอนุพันธ์เมทอกซีออกซาซิลินคิดเป็นร้อยละที่ได้โดยรวมเท่ากับ 3, 8, และ 6 สำหรับสารอนุพันธ์ที่มีหมู่เมทอกซีที่ตำแหน่งออร์โท เมตา และพารา บนวงอะโรแมติกของยาออกซาซิลิน ตามลำดับ โดยอนุพันธ์ที่มีหมู่เมทอกซีที่ตำแหน่งพารา ให้ผลการทดสอบฤทธิ์ในการต้านเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus ดีที่สุด โดยมีร้อยละของการยับยั้งอยู่ที่ 76 ที่ความเข้มข้น 0.25 mM จากนั้นจึงทำการสังเคราะห์อนุพันธ์ของยาออกซาซิลินที่มีหมู่ terminal alkyne โดยได้ร้อยละที่ได้โดยรวมเป็น 6 จากปฏิกิริยาทั้งหมด 10 ขั้นตอน และได้สังเคราะห์สารฟลูออเรสซีนที่มีหมู่เอไซด์ ซึ่งพบว่าได้ร้อยละที่ได้โดยรวมเป็น 25 จากปฏิกิริยา 4 ขั้นตอน และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการปรับสภาวะการทดลองให้เหมาะสมสำหรับการติดฉลากฟลูออเรสเซ้นต์บนผิวของเซลล์แบคทีเรีย