การใช้เทคนิคโปรตีโอมิกส์ศึกษากลไกของ antimicrobial peptides ในเชื้อ Staphylococcus aureus ที่ดื้อยาเมทิซิลลิน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ รหัสโครงการ 106121 ชื่อหัวข้อวิจัย การใช้เทคนิคโปรตีโอมิกส์ศึกษากลไกของ antimicrobial peptides ในเช้ือStaphylococcus aureus ที่ด้ือยาเมทิซิลลิน ชื่อผู้วจิัย รองศาสตราจารย์ ดร. นวลฉวีเวชประสิทธ์ิ สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามค าแหง ดร. สิทธิรักษ์ รอยตระกูล, นางสาวนฤมล เผา่ นกัรบ, นางจันทิมา จเรสิทธิกุลชัย ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติส านักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยแีห่งชาติ นายวิรัตน์ แดงลาด สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามค าแหง ระยะเวลาโครงการ:3 ปี Staphylococcus aureus เป็นเช้ือแบคทีเรียก่อโรคที่สา คญั ในคน ซ่ึงเป็นที่รู้จกัโดยทวั่ ไป และ ยงัคงเป็นเช้ือแบคทีเรียที่ตอ้งสา รวจอยา่ งจริงจงัมากที่สุด การด้ือยาปฏิชีวนะเป็นสาเหตุของการเกิดโรค รุนแรงและเป็นเป็นปัญหาสา คญั ทางดา้นสาธารณสุขโดยเฉพาะการด้ือยาเมทิซิลลินของ S. aureus เมื่อ ไม่นานมาน้ีเปปไทดต์ า้นจุลินทรีย์ไดถู้กนา มาใชเ้ป็นยาใหม่ในการตา้นเช้ือจุลินทรีย์สา หรับการด้ือยา ในการศึกษาน้ีไดท้ า การออกแบบโดยใชฐานข้อมูลของ ้ antimicrobial sequence database และ antimicrobial peptide sequence แลว้นา เปปไทดท์ ้งัหมดไปสังเคราะห์จ านวน 21 เส้น หลงัจากน้นั นา ไปทดสอบฤทธ์ิตา้นเช้ือแบคทีเรียกบั S. aureus ATCC 25923 สายพันธุ์มาตรฐานจ านวน 1 สายพันธุ์ และ 3 สายพนัธุ์ที่ด้ือยาเมทิซิลลิน (DMST 20635, 20637 และ 20654) โดยวิธี minimum inhibitory concentration (MIC) จากเปปไทดท์ ้งัหมดพบวา่ เปปไทด์KLKLLLLLKLK มีประสิทธิภาพดีที่สุดใน การยบัย้งัเช้ือS. aureus ที่ไม่ด้ือยาและด้ือยาเมทิซิลลิน เมื่อทา การดดัแปลงเปปไทด์เส้นน้ีพบวา่ เปปไทด์ 3 เส้น คือ KLKLKLKLKLK, LLLLLLKLK และ LLLLLLK มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการยบัย้งัเช้ือ S. aureus ทุกสายพนัธุ์ซ่ึงเปปไทดเ์หล่าน้ีประกอบดว้ย 6-25 กรดอะมิโน มีประจุบวก และ 40-87 % hydrophobicity จากการท า matrix-assisted laser desorption/ionization time-of-flight mass spectrometry profiling และวิเคราะห์ข้อมูลด้วย MALDI Biotyper software พบวา่ โปรตีนของเช้ือ S. aureus ท้งั 4 สายพนัธุ์มีความแตกต่างกนัอยา่ งมีนยัสา คญั การเปรียบเทียบโปรตีนที่สังเคราะห์ได้ จากการทดสอบด้วยเปปไทด์ดัดแปลงที่มีประสิทธิภาพท้งั 3 เส้น และยาแวนโคมยัซิน ในการยบัย้งัการ ค เจริญเติบโตของเช้ือ S. aureus ทุกสายพันธุ์ โดยทา การวดัที่ค่า IC50 75 ?g/ml และ 3.9 ?g/ml ตามล าดับ น าผลของการยอ่ ยโปรตีนจากเจลและ LC-MS/MS ไปวเิคราะห์เปรียบเทียบกบัฐานขอ้มูล ด้วยโปรแกรม MASCOT พบวา่ การทดสอบดว้ยเปปไทด์ดดัแปลงมีการสังเคราะห์โปรตีนที่สา คญั ซ่ึง เกี่ยวขอ้งกบักระบวนการถอดรหสัและแปลรหสั โดยที่การทดสอบกบัแวนโคมยัซินพบวา่ โปรตีน สังเคราะห์ที่สา คญั เกี่ยวขอ้งกบัการจบั เมมเบรน แสดงใหเ้ห็นวา่ เปปไทดด์ดัแปลงมีกลไกที่เกี่ยวขอ้ง สัมพนัธ์กบัการยบัย้งัการเจริญของเช้ือS. aureus ทุกสายพนัธุ์อยา่ งไรก็ตามขอ้ มูลยงัสนบั สนุนกลไกใน การท าลายเซลล์แบคทีเรียของยาแวนโคมยัซิน จากผลการทดลองน้ีเป็นแนวทางในการนา เปปไทด์ ดดัแปลงท้งั 3 เส้น ที่มีประสิทธิภาพน้ีไปพฒั นาเป็นยารักษาที่มีการติดเช้ือ S. aureus ที่มีการด้ือยาหลาย ชนิด ค าหลัก:Staphylococcus aureus ที่ด้ือยาเมทิซิลลิน, เปปไทดต์ า้นเช้ือจุลินทรีย์, โปรตีโอมิกส์