การศึกษาสายพันธุ์องุ่นที่เหมาะสมสำหรับการทำไวน์ในพื้นที่เขตร้อน ทางภาคเหนือของประเทศไทยและความหลากหลายของยีสต์ที่พบใน สภาพแวดล้อมการปลูกองุ่น
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาสายพันธุ์องุ่นที่เหมาะสมสำหรับการทำไวน์ทำการทดลองกับ องุ่นขาวจำนวน 2 พันธุ์คือ : Hibernal และ Saphira และองุ่นแดงจำนวน 4 พันธุ์คือ Accent, Allegro, Bolero และ Rondo โดยแยก เป็น 2 การทดลอง การทดลองที่ 1.1 ผลของสายพันธุ์องุ่นทำไวน์ต่อการเกิดรากหลังการปักขำ ผลการทดลองปรากฏว่า การปักชำยอดองุ่นของแต่ละพันธุ์ หลังการปักขำ 21-49 วัน พบว่า พันธุ์ Allegro Bolero และ Saphira อัตราการรอดตายสูงที่สุดและอัตราการตายต่ำสุด พันธุ์ Allegro และ Hibernal มีอัตราการรอดตายสูงที่สุด และอัตราการตายต่ำสุด การทดลองที่ 1.2 การศึกษาผลของต้นต่อต่อการเชื่อมติดของยอดพันธุ์องุ่นทำไวน์สายพันธุ์ต่างๆ โดย ใช้ต้นตอองุ่นพันธุ์ Couderc 1613 เป็นต้นตอ จากผลการทดลองพันธุ์ Allegro มีอัตราการเชื่อมติดสูงที่สุด รองลงมาคือพันธุ์ Hibemal และ Accent ส่วนพันพันธุ์ Rondo อัตราการเชื่อมติดต่ำสุด และการเจริญเติบโต ของยอดพบว่าองุ่นพันธุ์ Allegro กับ Rondo มีจำนวนใบและความกว้างยาวของใบมากที่สุด การทดลองที่ 2 การทดลองการเจริญเติบโตของสายพันธุ์องุ่น Columbard Chenine blanc Rondo Shiraz Cabernet sauvignon,Sauvignon blanc และ Portugieser ในเขตพื้นที่จังหวัดลำปางพบว่า พันธุ์ Shiraz มีอัตราการเจริญเติบโตโดยรวมในด้านการแตกยอตใหม่ การแตกยอดความยาวของยอด ความกว้าง ของใบ, ความยาวของใบและจำนวนใบโดยรวมมีค่าเฉลี่ยดีที่สุด ในด้านความสูงพบว่า พันธ์ Sauvignon blanc มีอัตราการเจริญเติบโตในด้านความสูงดีที่สุด ส่วนในด้านความยาวของใบพบว่า พันธุ์ Portujeser มีความยาว ของใบเฉลี่ยมากที่สุดคือ 8.58 เขนติเมตร ส่วนพันธุ์องุ่น Columbard, Chenine blanc, Rondo และ Cabernet Sauvignon โดยรวมมีค่าเฉลี่ยในด้านความสูง การแตกยอดใหม่ การแตกยอด ความยาวของยอด ความกว้างของใบ,ความยาวของใบ,ความเข้มสีใบและจำนวนใบ ต่ำกว่าพันธุ์องุ่น Shiraz Sauvignon blanc. และ Portugieser การศึกษาความแตกต่างของสายพันธุ์ต่อการเจริญเติบโตและการเปลี่ยนแปลงการสังเคราะห์แสงของ องุ่นทำไวน์ วางแผนการทดลองแบบ RCBD มี 7 สายพันธุ์คือ 1. พันธุ์ Colombard 2. พันธุ์ Chenin Blanc 3. พันธุ์ Rondo 4. พันธุ์ Shiraz 5. พันธุ์ Cabernet Sauvignon 6. พันธุ์ Sauvignon Blanc และ 7. พันธุ์ Portugieser โดยใช้ต้นตอองุ่นพันธ์ Couderc 1613 ทตลองในเดือนกรกฎาคม 2559 ถึง พฤษภาคม 2560 ผลการทดลองพบว่าองุ่นพันธุ์ Chenin Blanc มีการเจริญเติบโตในด้านเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นและ ความ เขียวของใบสูงที่สุด ส่วนพันธุ์ Colornbard มีการเจริญเติบโตในด้านความยาวของเถาว์และจำนวนใบสูงที่สุด พันธุ์ Sauvignon Blanc มีความกว้างของใบมากที่สุด ส่วนพันธุ์ Chenin Blanc Rondo Colombard และ Shiraz มีเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นและความยาวของยอดใหม่สูงที่สุด ส่วนพันธุ์ Shiraz Rondo Colombard และ Chenin Blanc อัตราการแลกเปลี่ยนก๊าช การนำก๊าชผ่านของปากใบและการคายน้ำสูงกว่าพันธุ์อื่นๆ การเปลี่ยนแปลงปริมาณธาตุอาหารในใบ พบว่า พันธุ์ Columbard มีปริมาณโพแทสเซียมสูงที่สุด ส่วนพันธุ์ Chinin Blanc มีปริมาณแมงกานีส และปริมาณโบรอนสูงที่สุด ส่วนพันธุ์ Shiraz มีปริมาณเหล็กสูง ที่สุด พันธุ์ Carbanet Sauvignon พบว่า มีปริมาณแคลเซียม ปริมาณทองแดง และปริมาณสังกะสีสูงที่สุด ส่วนปริมาณไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และแมกนีเซียม ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ การทดลองในโรงเรือนสายพันธุ์องุ่นทำไวน์ ทำการทดลองกับองุ่น 4 สายพันธุ์พบว่าองุ่นพันธุ์ Chenin Blanc มีการเจริญเติบโตทางลำต้นช่อใหม่และการเจริญเติบโตขอดีกว่าพันธุ์ อื่นๆ และมีอัตราการรอดตายสูง กว่าพันธ์ Rondo และ Shiraz และในด้านการเปลี่ยนแปลงปริมาตรธาตุอาหารในใบพบว่าพันธุ์ Chinin Blanc. มีปริมาณไนโตรเจน ปริมาณโพแทสเซียมและปริมาณทองแดงสูงที่สุด ส่วนพันธุ์ Shiraz พบว่า มีปริมาณ ฟอสฟอรัส ปริมาณแคลเซียม และปริมาณแมกนีเชียมสีสูงที่สุด ส่วนพันธุ์ Columbard มีปริมาณเหล็ก ปริมาณสังกะสี และปริมาณโบรอนสูงที่สุด