กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
เมล็ดองุ่นแดงตัวอย่างมีปริมาณน้ำมันทั้งหมดร้อยละ 13.61 โดยน้ำหนักแห้งนำมาลกัดเป็นน้ำมัน เมล็ดองุ่นด้วยตัวทำละลายเอกเซน งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบังจัยที่มีผลต่อการสกัดน้ำมันเมล็ด องุ่น ได้แก่ อัตราส่วนของตัวทำละลายต่อผงเมล็ดองุ่น และระยะเวลาในการสกัด เพื่อหาสภาวะที่ เหมาะสมสำหรับการสกัดด้วยวิธีการใช้คลื่นอัลตร้-โรนิค (Ultrascund-Assisted Extraction; UAE) ตลอดจนผลของวิธีการสกัดต่อบริมาณผลผลิตและคุณภาพของน้ำมันเมล็ดองุ่น พบว่าสภาวะที่เหมาะสม สำหรับวิธีแบบตั้งเดิม คือ อัตราส่วนของตัวทำละลายต่อผงเมล็ดองุ่น 6 ต่อ 1 โดยปริมาตรต่อน้ำหนัก ใช้ เวลในการสกัด 30 นาทีให้บริมาณผลผลิตร้อยละ 11.13 โดยน้ำหนักแห้ง และวิธีอัลตร์-โชนิดช่วยสกัด UAE ที่ความถี่ 20 Fโลเฮิรตช์ กำลังไฟฟ้า 750 วัตต์ คำแอมพลิจุดร้อยละ 80 โดยใช้อัตราส่วนของตัวทำ ละลายต่อผงเมล็ดองุ่น 2 ต่อ 1 โดยปริมาตรต่อน้ำหนัก ระยะเวลา 15 นาที ให้ปริมาณผลผลิตร้อยละ 11.42 โดยน้ำหน้าแห้งซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพโดยช่วยลดปริมาณภารใช้ตัวทำละลายได้ถึง 3 เท่า และ ลตระยะเวลาในการสกัดเป็น 2 เท่าของวิธีตั้งเดิม ในเรื่ององค์ประกอบของกรดไขมันพบกรดไลโนเลอิก (C18:2) กรตโอเลอิก (C18:1) และกรดปาล์มิติก (C16:0)เป็นกรตไขมันหลัก และพบว่าน้ำมันเมล็ดองุ่น เป็นแหล่งที่ที่ของารตไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง (PUFA) สำหรับการวิเคราะห์สมบัติทางเศมีกายภายภาพ ของน้ำมันที่ได้ชื่งเป็นน้ำมันดิบ ได้แก่ ความหนืด ค่าเพอร์ออกไซด์ คำไอโอดีน และคำสปอปอนนิพิเคชัน มีค่า อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานน้ำมันบริโภค และในการวิเคราะหัวตามินอีพ.ในรูปแอลฟา-โทโคฟีรอล ปริมาณสูง ที่สุด