การพัฒนากระบวนการสกัดน้ำมันเมล็ดมะละกอด้วยเทคนิคไมโครเวฟและอัลตราโซนิค
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้เพื่อใช้วิธีพื้นผิวตอบสนองร่วมกับการออกแบบการ ทตลองแบบประสมกลางหาสภาวะที่เหมาะสมในการสกัดและสร้างสมการทำนายปริมาณน้ำมันจาก การสกัดน้ำมันจากเมล็ดมะละกอโดยวิธีการสกัดแบบแช่ (ME), การสกัดด้วยเทคนิคอัลตราโชนิค (UAE) และการสกัดด้วยเทคนิคไมโครเวฟ (MAE) ทำการเปรียบเทียบปัจจัยในการสกัด, ผลของ วิธีการสกัดที่แตกต่างกันต่อคุณภาพน้ำมัน, ฤทธิ์ด้านอนุมูลอิสระและสมบัติทางความร้อน จากการ ทดลองพบว่าวิธีการสกัดแบบ ME ที่ให้ปริมาณน้ำมันสูงที่สุด ได้แก่ ที่สภาวะ 589C เป็นเวลา 9 ชั่วโมง อัตราส่วนระหว่างเมล็ตมะละกอต่อเฮกเชน 5 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร ส่วนวิธีการสกัดแบบ UAE ได้แก่ ที่สภาวะ 47%C เป็นเวลา 35.47 นาที่ 5 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร และวิธีการสกัดแบบ MAE ได้แก่ สภาวะ 2.32 นาที ใช้กำลังไฟฟ้า 800 วัตต์ 7 กรัม / 150 มิลลิลิตร ให้ปริมาณน้ำมัน 27.99, 26.66 และ 27.29 เปอร์เซ็นต์ หรือ 95.40, 90.87 และ 93.01 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณ ผลผลิตน้ำมันเมล็ตมะละกอทั้งหมด ตามลำดับ จะเห็นได้ว่าการสกัดแบบ MAE ใช้ระยะเวลาในการ สกัดน้อยที่สุด เมื่อเปรียบเทียบผลของวิธีการสกัดที่แตกต่างกันต่อคุณภาพของน้ำมัน พบว่าวิธีการ สกัดที่แตกต่างกันส่งผลต่อคุณภาพและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p50.05) โดย วิธีการสกัดแบบ UAE ให้น้ำมันคุณภาพดีที่สุด เมื่อวิเคราะห์สมบัติทางความร้อน (thermal behavior) ของน้ำมันสกัดที่สภาวะที่เหมาะสมของวิธีการสกัดแบบ ME, UAE และ MAE พบว่า อุณหภูมิ Onset, Peak height และ Offset to Melting point อยู่ในช่วง 25.90 ถึง -12.52 ,- 7.54 ถึง -3.79 และ 0.77 ถึง 5.96 C ตามลำดับ และอุณหภูมิ Onset, Peak height และ และ Offset ของการเกิดผลึก อยู่ในช่วง -39.03 ถึง -35.13, -42.15 ถึง-38.37 และ 45.50 ถึง-41.26 C ตามลำดับ จากผลการวิจัยครั้งนี้พบว่าการสกัดแบบ MAE เป็นวิธีการสกัดที่ใช้ระยะเวลาในการสกัด และสิ้นเปลืองพลังงานน้อยที่สุด ส่วนวิธีการสกัดแบบ UAE เป็นวิธีการสกัดที่มีผลกระทบต่อ คุณสมบัติทางเคมีและฤทธิ์ด้านอนมูลอิสระของน้ำมันที่สกัดได้ได้น้อยที่สุด