การผลิตออลิโกกาแลกโตแมนแนนที่มีสมบัติเป็นพรีไบโอติกจากกากมะพร้าวโดยใช้เอนไซม์แมนนาเนส
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จากการศึกษาสภาวะในการสกัดต่อปริมาณผลผลิตของแมนแนนจากกากมะพร้าว และความยาวของ แมนแนนโดยเฉลี่ย โดยสภาวะในการสกัดที่ให้ปริมาณแมนแนนสูงที่สุดคือ โซเดียมไฮดรอกไซด์เข้มข้น 16 เปอร์เซ็นต์ (น้ าหนักต่อปริมมาตร) เป็นเวลา 24 ชั่วโมง และพีเอชเท่ากับ 5.0 และสภาวะในการสกัดที่ให้ความ ยาวของแมนแนนโดยเฉลี่ยยาวที่สุด คือ โซเดียมไฮดรอกไซด์เข้มข้น 25 เปอร์เซ็นต์ (น้ าหนักต่อปริมมาตร) ที่ เวลา 30 ชั่วโมง และพีเอชเท่ากับ 5.0 ความสามารถในการละลายของแมนแนนจากกากมะพร้าว โดยแมน แนนที่ความเข้มข้น 0.5 เปอร์เซ็นต์ (น้ าหนักต่อปริมมาตร) ที่พีเอชเท่ากับ 8.0 มีความสามรถในการละลายสูง ที่สุด จึงได้เลือกใช้สภาวะในการสกัดที่ให้ปริมาณแมนแนนสูงที่สุดในการทดลองต่อไป แมนแนนที่สกัดได้เมื่อน ามาผลิตออลิโกกาแลคโตแมนแนน โดยใช้ วิธี Response surface methodology แบบ Box–Behnken Design (BBD) โดยก าหนดปัจจัย 5 ปัจจัย ประกอบด้วย ค่าความเป็น กรด-ด่าง (3, 6 และ9), อุณหภูมิ (35, 55 และ75 องศาเซลเซียส), ระยะเวลาในการท าปฏิกิริยา ( 5, 15 และ 25 นาที), ความเข้มข้นของสับสเตรต (1, 5.5 และ 10 เปอร์เซ็นต์) และความเข้มข้นของเอนไซม์เบต้าแมน นาเนส จากแอสเปอร์จิลัส ไนเจอร์(0.6, 0.9 และ1.2 ยูนิต) ใช้ปริมาณน้ าตาลรีดิวซ์ที่เกิดขึ้นในการวิเคราะห์ ค่าการตอบสนอง พบว่าสภาวะที่เหมาะสมคือ ค่าความเป็นกรด-ด่าง เท่ากับ 3 อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส ระยะเวลาในการท าปฏิกิริยา 25 นาที ความเข้มข้นของสับสเตรต 4 เปอร์เซ็นต์ และความเข้มข้นของเอนไซม์ 0.6 ยูนิต พบว่าได้ปริมาณน้ าตาลรีดิวซ์สูงสุด ชนิดของออลิโกกาแลคโตแมนแนนที่ตรวจพบมีขนาดของ Degree of polymerization เท่ากับ 2-6 ได้แก่ แมนโนไบโอส แมนโนไตรโอส แมนโนเตตระโอส แมนโนเพ็นโตส และแมนโนเฮกโซส นอกจากนี้ ความสามารถในการทนย่อยใช้กรดในสภาวะจ าลองของกระเพาะอาหาร พบว่า แมนโนโอลิโกแซกคาไรด์มี เปอร์เซ็นต์การไฮโดรไลซิสสูงที่สุด ผลการส่งเสริมการเจริญของจุลินทรีย์โปรไบโอติกส์ Lactobacillus plantarum และการยับยั้งแบคทีเรียก่อโรค พบว่ามีความสามารถในการส่งเสริมการเจริญของจุลินทรีย์โปร ไบโอติกส์ได้ดีขึ้น อีกทั้งยังสามารถยับยั้งแบคทีเรียก่อโรค Escherichia coli O157:H7 และStaphylococcus aureus ได้