การผลิตถ่านกัมมันต์จากกะลาปาล์มและกากตะกอนน้ำมันปาล์ม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาการผลิตถ่านกัมมันต์จากกะลาปาล์มและกากตะกอนน้ำมันปาล์ม เพิ่มผลผลิต (%Yield) คาร์บอนไนเซชั่นของถ่นกัมมันต์ โดยการศึกษาการดูดซับไอโอดีน ด้วยการ กระตุ้นด้วยไมโครเวฟ พบว่า คาร์บอนไนเซชั่นของถ่านกัมมันต์ เพิ่มขึ้นช่วงร้อยละ 9.8-37.06 ค่าการ ดูดซับไอโอดีนจากวัตถุดิบต่างชนิดกัน หรือ วัตถุดิบที่มีส่วนผสมแตกต่างกัน พิจารณาค่การดูดชับ ไอโอดีนถ่านกัมมันต์ชนิดที่ไม่มีการผสมก่อนเข้ากระบวนการกระตุ้น (No mixing) พบว่า ที่อุณหภูมิ คาร์บอนไนเซชั่น ต่ำสุด 500 *C จากการเปรียบเทียบผลค่การดูดซับไอโอดีนมีความโดดเด่น มีค่า การดูดซับไอโอดีนในช่วง 940 - 970 mg/ และดูดซับไอโอดีนได้คงที่ โดยกระตุ้นเพียง 90 W เป็น เวลา 1 min ที่ 600*C มีความใกล้เคียงกันอยู่ในช่วง 980 - 1080 mg/3 ที่ 700 *C คือ 90 W, 1 min ทั้ง 3 ตัวอย่าง เวลาและกำลังไฟฟ้าที่ใช้ในการกระตุ้นแตกต่างมีผลต่อการเพิ่มขึ้นและลดลงของ ค่าการดูดซับไอโอดีนที่ทดสอบได้ พิจารณาจากค่การดูดซับไอโอดีนสูงสุด เมื่อทำการเปรียบเทียบผล ของผลค่าการดูดขับถ่านกัมมันต์ที่ใช้วัตถุดิบชนิดเดียวชนิดก่อนเข้ากระบวนการกระตุ้น (No mixing) ได้แก่ A B.C เปรียบเทียบที่ระดับอุณหภูมิต่าง ๆ ได้แก่ 500 C - 900 *C เพิ่มครั้งละ 100*C พบว่า A ถ่านกัมมันต์กะลาปาล์มมีค่าการดูดชับไอโอดีนหรือความสามารถในการดูดชับต่ำ เมื่อเพิ่มอุณหภูมิ คาร์บอนไนเซชั่นก็มีค่าการดูดซับไอโอดีนเพิ่มขึ้นไม่มากนัก แต่ B และ C กลับมาลักษณะและแนวโน้ม การเพิ่มขึ้นของค่าการดูดซับไอโอดีนแปรผันตรงตามอุณหภูมิคาร์บอนไนเชชั่น และที่อุณหภูมิ คาร์บอนไนซ์เซชั่นสูงสุดในงานวิจัยนี้ คือ 900 *C ค่าการดูดชับไอโอดีนของ A, B และ C มีค่าสูง ไล่เลี่ยกัน เมื่อพิจารณาภาพรวมพบว่า B และ C คือถ่านกัมมันต์ที่มีความเหมาะสมในการนำมาใช้งาน ซึ่งช่วงอุณหภูมิที่ให้ค่าการดูดชับสูงคือ 600 *C ค่าการดูดซับไอโอดีนของถ่านกัมมันต์อัตราส่วนผสมกะลาปาล์ม และ เส้นใย อัตราส่วน 25:50:25 ทะลายปาล์ม ค่าการดูดชับไอโอดีนอยู่ในช่วง 1020 1130 mg/g การดูดซับของไอโอดีนเปรียบเทียบระหว่างถ่นกัมมันต์ส่วนผสมกะลาปาล์มและเส้นใย อัตราส่วน 25:75 และ ส่วนผสมกะลาปาล์ม ทะลายปาล์ม และเส้นใย อัตราส่วน 25:25:50 พบว่า ที่ อุณหภูมิคาร์บอนไนเซชั่น 500 *C และ 700 *C ค่าการดูดชับไอโอดีนของ ส่วนผสมกะลาปาล์ม ทะลายปาล์มและเส้นใยG มากที่สุดทุก ๆ เงื่อนไขการกระตุ้น นอกจากนี้การเปรียบเทียบตัวอย่างการ วิเคราะห์พื้นผิวของถ่านกัมมันต์ตัวอย่าง A B และ C เมื่อ A คือ ถ่านกัมมันต์ของกะลาปาล์ม (PS) B คือ ถ่านกัมมันต์ของทะลายปาล์มเปล่า (EFB) และ C คือ ถ่านกัมมันต์เส้นใยปาล์ม (PF) ผลจากการ วิเคราะห์พบว่าถ่านกัมมันต์ของตัวอย่าง C ที่ได้จากเส้นใยปาล์ม (PF มีรูพรุนในปริมาณสูงที่สุดเมื่อ เทียบกับ ถ่านกัมมันต์ของตัวอย่าง A และ B ซึ่งเป็นถ่านกัมมันต์ที่ได้จากกะลาปาล์ม (PS) และ ทะลายปาล์มเปล่า (EFB) ตามลำดับ การวิเคราะห์ค่าพลังงาน (Total calories) ด้วยเทคนิค Automatic calorimeter พบว่าถ่านกัมมันต์จากกะลาปาล์มให้ค่าพลังงานที่สูงสุดมีค่าพลังงาน ในช่วง 6,000-6795 cal/g